ใครจะคิดว่าถ้วยชาใบเล็กๆ จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่องได้ขนาดนี้ ตอนที่หนุ่มเสื้อยีนส์หยิบถ้วยขึ้นมาดูแล้วทำท่าทางสงสัย มันกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของคนดูสุดๆ ลายสีทองบนพื้นสีน้ำเงินเข้มดูหรูหราและเก่าแก่ บ่งบอกว่าเป็นของมีค่าแน่นอน การที่ตัวละครในชุดสูทพยายามจะแย่งถ้วยคืนยิ่งยืนยันว่าสิ่งนี้สำคัญมาก เรื่อง ปัดรักติดระบบ เล่นกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ได้ดีมาก
ชอบที่เรื่องนี้ใช้ภาษากายและการแสดงสีหน้าในการสื่อสารมากกว่าคำพูด สายตาที่ตัวละครทั้งสามคนมองกันมันบอกเล่าเรื่องราวได้มากมาย ทั้งความไว้ใจ ความสงสัย และความกังวล ฉากที่หนุ่มเสื้อยีนส์ทำท่าทางเหมือนจะบอกความลับอะไรบางอย่างแต่ก็หยุดไปก่อน มันสร้างความสงสัยให้คนดูอยากติดตามต่อมาก การดำเนินเรื่องใน ปัดรักติดระบบ เร็วกระชับไม่ยืดเยื้อ ดูแล้วไม่เบื่อเลย
ชอบการแสดงสีหน้าของหนุ่มเสื้อยีนส์มาก ตอนที่เห็นถ้วยชาสีน้ำเงินแล้วทำตาโตเหมือนเจอของแปลก แสดงออกถึงความตกใจได้ธรรมชาติสุดๆ ไม่ต้องใช้คำพูดเยอะก็สื่ออารมณ์ได้ชัดเจน ฉากที่เขายื่นโทรศัพท์ให้เพื่อนดูแล้วอีกฝ่ายรีบคว้าไปเช็ดเสื้อตัวเอง มันดูตลกแต่ก็แฝงความกังวลไว้ด้วย ความสัมพันธ์ของตัวละครในเรื่อง ปัดรักติดระบบ ดูมีความซับซ้อนที่น่าสนใจมาก
ผู้กำกับใช้มุมกล้องระยะใกล้จับอารมณ์ตัวละครได้ละเอียดมาก โดยเฉพาะช็อตที่ซูมเข้าไปที่มือกำลังหมุนปุ่มบนกล่องไม้ เห็นลายแกะสลักมังกรชัดเจนมาก แสงแดดที่ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาช่วยสร้างมิติให้ฉากดูมีมิติและอบอุ่น แต่กลับขัดกับความตึงเครียดของเนื้อหาได้อย่างลงตัว การตัดสลับระหว่างหน้าคนที่ลุ้นกับวัตถุบนโต๊ะใน ปัดรักติดระบบ ทำให้เราอินไปกับสถานการณ์นั้นจริงๆ
ฉากเปิดเรื่องในร้านกาแฟดูเรียบง่ายแต่ซ่อนปมดราม่าไว้เต็มเปี่ยม การที่ตัวละครในชุดสูทสีดำพยายามเปิดกล่องไม้แกะสลักอย่างใจจดใจจ่อ สร้างความลุ้นระทึกให้คนดูมาก โดยเฉพาะตอนที่เขากดปุ่มแล้วมีแสงวาบออกมา ช็อตนี้ทำเอาขนลุกซู่เลยจริงๆ บรรยากาศตึงเครียดระหว่างสามคนนั่งล้อมวงคุยกัน ยิ่งทำให้เรื่อง ปัดรักติดระบบ น่าติดตามขึ้นไปอีก อยากกดดูต่อทันทีว่าข้างในกล่องมีอะไรซ่อนอยู่