ฉากสุดท้ายที่ลูกค้าชายนั่งอยู่ฝั่งหนึ่งและหลู่ชิงเสวี่ยอยู่อีกฝั่งหนึ่ง มีกระจกกั้นแต่สายตาของทั้งคู่กลับเชื่อมต่อกันได้อย่างน่าอัศจรรย์ รอยยิ้มที่เขาให้เธอและสีหน้าที่เธอพยายามเก็บอาการ มันช่างเป็นโมเมนต์ที่หวานซ่อนเปรี้ยว การที่เรื่องราวดูเหมือนจะจบลงด้วยดีแต่เรารู้ว่ายังมีปมซ่อนอยู่ ทำให้เราต้องรอติดตามตอนต่อไปของปัดรักติดระบบ อย่างใจจดใจจ่อ
บรรยากาศในธนาคารที่ควรจะเคร่งขรึม กลับกลายเป็นสนามประลองอารมณ์เมื่อลูกค้าชายเข้ามาเกี่ยวข้อง การที่หลู่ชิงเสวี่ยพยายามรักษามารยาทแต่สายตากลับฟ้องความรู้สึกที่มีต่อเขา ช่างเป็นความขัดแย้งที่น่าดูชมมาก ส่วนหญิงชุดดำที่เข้ามาแทรกแซงก็ดูเหมือนจะรู้เห็นเป็นใจกับบางเรื่องที่ไม่ควรบอก การดำเนินเรื่องในปัดรักติดระบบ ช่วงนี้ทำเอาคนดูหัวใจเต้นแรงตามไปด้วย
จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่การยื่นบัตรดำผ่านช่องกระจก มันไม่ใช่แค่การทำธุรกรรมธรรมดา แต่เหมือนเป็นการส่งสัญญาณบางอย่างระหว่างเขากับเธอ สีหน้าของหลู่ชิงเสวี่ยที่เปลี่ยนจากมืออาชีพเป็นความประหลาดใจผสมความดีใจ บอกเล่าเรื่องราวได้โดยไม่ต้องใช้คำพูด ฉากนี้ในปัดรักติดระบบ ทำออกมาได้ละเอียดอ่อนมาก ทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังแอบมองความลับของคนสองคน
การแต่งกายของตัวละครสื่อถึงบทบาทได้ชัดเจน ชุดสีน้ำตาลของหลู่ชิงเสวี่ยดูสุภาพและน่าเชื่อถือ ในขณะที่ชุดดำของเพื่อนร่วมงานดูเซ็กซี่และอันตรายกว่า เมื่อทั้งสามคนมายืนรวมกัน มันเกิดเป็นสามเหลี่ยมความสัมพันธ์ที่มองด้วยตาก็รู้ว่ามีปัญหา การที่ลูกค้าชายเลือกที่จะคุยกับหลู่ชิงเสวี่ยแทนที่จะเป็นอีกคน ยิ่งทำให้ความตึงเครียดเพิ่มขึ้น ในปัดรักติดระบบ ฉากนี้คือจุดเริ่มต้นของดราม่าดีๆนี่เอง
ฉากเปิดเรื่องในธนาคารดูธรรมดาแต่แฝงความตึงเครียดไว้อย่างแนบเนียน สายตาของหลู่ชิงเสวี่ยที่มองลูกค้าชายเต็มไปด้วยความลังเลและบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ ในขณะที่เพื่อนร่วมงานชุดดำกลับดูมั่นใจและเจ้าเล่ห์เกินไป การสลับมุมมองระหว่างความบริสุทธิ์ของพนักงานธนาคารกับความลึกลับของลูกค้า ทำให้คนดูอย่างเราต้องเดาใจตลอดเวลาว่าเรื่องนี้จะลงเอยอย่างไร ในปัดรักติดระบบ ฉากแบบนี้แหละที่ทำให้เราติดหนึบ