ฉากเปิดเรื่องทำให้เห็นทันทีว่าเธอเป็นคนจริงจังกับงานดนตรีมากแค่ไหน นั่งเล่นเปียโนอย่างตั้งใจแล้วก็ยังเขียนโน้ตเพลงต่อไม่หยุด แม้จะมีชามซุปวางอยู่ข้างหน้าก็ยังไม่ยอมพักกินก่อน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่อยากจะสำเร็จด้วยตัวเองจริงๆ ไม่ต้องพึ่งพาใครเลยสักนิด เหมาะกับชื่อเรื่อง บ๊ายบายผัวรวย ฉันจะรวยเอง ที่สื่อความหมายได้ชัดเจนมากๆ เลยค่ะ คนดูจะรู้สึกอินไปกับความพยายามของเธอตั้งแต่ต้นเรื่องเลยจริงๆ
พระเอกใส่แจ็คเก็ตหนังดูเป็นคนสบายๆ ยื่นตั๋วให้เธอด้วยรอยยิ้มที่ดูจริงใจมาก แต่สีหน้าของเธอตอนรับตั๋วกลับมีความลังเลซ่อนอยู่เล็กน้อย ไม่รู้ว่าเพราะกลัวผูกมัดหรือเพราะมีเรื่องอื่นในใจกันแน่ ฉากนี้ทำให้คนดูเริ่มสงสัยว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะเป็นยังไงต่อไป จะหวานหรือจะขมกันแน่ ต้องติดตามดูต่อไปใน บ๊ายบายผัวรวย ฉันจะรวยเอง เพราะดูเหมือนว่าตั๋วใบนี้จะไม่ใช่แค่ตั๋วดูคอนเสิร์ตธรรมดาแน่นอนค่ะ
คนใส่เสื้อโค้ทดูเป็นผู้ใหญ่และมีความลึกลับมากกว่า ถือกล่องของขวัญเข้ามาให้เธอด้วยท่าทีที่จริงจังมาก สีหน้าของเขาดูเคร่งขรึมจนน่ากลัวนิดๆ ไม่รู้ว่าข้างในกล่องคืออะไรกันแน่ แต่ดูเหมือนว่ามันจะสำคัญต่อเนื้อเรื่องมากทีเดียว ฉากนี้ทำให้รู้สึกตึงเครียดขึ้นมาทันที เหมาะกับดราม่าเข้มข้นใน บ๊ายบายผัวรวย ฉันจะรวยเอง ที่แต่ละตัวละครต่างก็มีปมซ่อนอยู่ข้างในเต็มไปหมดเลยจริงๆ ค่ะ
ชอบฉากที่เธออยู่ในห้องอัดเสียงมาก ใส่เสื้อกั๊กสีเทาดูเก่งและมีความเป็นมืออาชีพสูงมาก กำลังปรับแต่งเครื่องมิกซ์เสียงอย่างตั้งใจ สายตาจดจ่อไม่ยอมให้ใครมารบกวนได้เลยสักนิด แสดงให้เห็นว่าเธอเอาจริงกับอาชีพนี้มากแค่ไหน ไม่ใช่แค่เล่นๆ เท่านั้น ซึ่งมันทำให้คนดูรู้สึกเคารพในตัวเธอมากขึ้นเรื่อยๆ ตามเนื้อเรื่องใน บ๊ายบายผัวรวย ฉันจะรวยเอง ที่เน้นเรื่องการทำงานหนักเพื่อความสำเร็จค่ะ
เมื่อทั้งสามคนมาเจอกันในฉากเดียวกัน บรรยากาศมันตึงเครียดจนแทบจะจับต้องได้ คนใส่เสื้อโค้ทเดินนำออกมาด้วยสีหน้าไม่พอใจ ส่วนเธอเองก็ยืนตามหลังมาด้วยท่าทีที่แข็งกร้าว ไม่ยอมอ่อนข้อให้ใครง่ายๆ เลยสักนิดเดียว ทำให้คนดูรู้ว่าเรื่องรักสามเส้านี้คงไม่จบลงง่ายๆ แน่นอนใน บ๊ายบายผัวรวย ฉันจะรวยเอง ต้องรอดูว่าเธอจะเลือกทางไหนระหว่างความรักกับความฝันของตัวเองกันแน่ค่ะ
เรื่องนี้ชอบตรงที่ตัวเอกหญิงไม่ยอมเป็นรองใครเลยสักนิด พยายามพิสูจน์ตัวเองด้วยความสามารถที่มีอยู่เต็มเปี่ยม แม้จะมีใครคนอื่นเข้ามาเสนอความช่วยเหลือหรือให้ของขวัญต่างๆ นานาก็ตาม แต่เธอก็ยังยืนหยัดด้วยขาของตัวเองเสมอ ซึ่งมันสื่อออกมาได้ชัดเจนมากผ่านชื่อเรื่อง บ๊ายบายผัวรวย ฉันจะรวยเอง ที่บอกเลยว่าเธอต้องการสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยตัวเองจริงๆ น่าชื่นชมมากค่ะ เป็นแรงบันดาลใจให้สาวๆ หลายคนเลยจริงๆ ค่ะ
ต้องชมทีมโปรดักชั่นเลยว่าทำฉากออกมาได้สวยงามมาก ทั้งห้องอัดเสียงที่มีป้ายชื่อติดอยู่ดูมีความขลังและมืออาชีพสุดๆ แสงไฟในห้องนั่งเล่นก็ให้ความรู้สึกอบอุ่นแต่ก็ซ่อนความเหงาไว้บางอย่าง ถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละครออกมาได้ดีมากผ่านภาพโดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะเลยสักนิดเดียว ทำให้การดู บ๊ายบายผัวรวย ฉันจะรวยเอง เป็นประสบการณ์ที่เพลิดเพลินตาและเพลิดเพลินใจไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ ภาพสวยมากจริงๆ ค่ะ
ชอบมุมกล้องที่จับภาพสีหน้าของเธอตอนนั่งอยู่บนโซฟามาก สายตาที่มองออกไปนอกหน้าต่างบอกถึงความเหนื่อยล้าและความหวังที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ไม่ต้องมีบทพูดเยอะเลยก็รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ นักแสดงแสดงอารมณ์ได้ละเอียดอ่อนมากจริงๆ ทำให้คนดูรู้สึกสงสารและเอาใจช่วยเธอในทุกๆ ขั้นตอนของเรื่อง บ๊ายบายผัวรวย ฉันจะรวยเอง ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกแบบนี้ค่ะ แสดงได้ธรรมชาติมากจนลืมไปเลยว่ากำลังดูหนังอยู่ค่ะ
ฉากที่คนใส่เสื้อโค้ทเดินเข้ามาหาเธอแล้วชี้หน้าพูดอะไรบางอย่างดูเดือดมาก แม้จะไม่ได้ยินเสียงแต่ก็รู้เลยว่ากำลังทะเลาะกันเรื่องสำคัญแน่ๆ ท่าทางของเธอที่ไม่ยอมถอยแม้แต่นิดเดียวแสดงให้เห็นถึงความเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งมาก ไม่ยอมให้ใครมาข่มขู่ได้ง่ายๆ เลยสักนิด ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ทำให้คนดูรักตัวละครนี้ใน บ๊ายบายผัวรวย ฉันจะรวยเอง อย่างมากเลยค่ะ ฉากนี้คือจุดพีคของเรื่องเลยก็ว่าได้ค่ะ
โดยรวมแล้วเรื่องนี้มีความน่าสนใจมากทั้งเนื้อเรื่องและตัวละคร แต่ละฉากมีความหมายซ่อนอยู่หมดเลย ไม่ว่าจะเป็นฉากเล่นเปียโน ฉากในห้องอัด หรือฉากทะเลาะกัน ล้วนแต่ขับเคลื่อนพล็อตไปข้างหน้าได้อย่างน่าสนใจมากทีเดียว ใครที่ชอบดูเรื่องราวเกี่ยวกับวงการดนตรีและความรักต้องไม่พลาดเรื่อง บ๊ายบายผัวรวย ฉันจะรวยเอง รับรองว่าจะต้องติดใจจนอยากดูตอนต่อไปอย่างแน่นอนเลยค่ะ แนะนำให้ดูเลยนะคะ