ฉากเปิดเรื่องในออฟฟิศดูตึงเครียดมาก แค่เห็นผู้ชายในเสื้อกั๊กสีน้ำเงินยื่นซองพลาสติกให้เพื่อนร่วมงานก็รู้แล้วว่าต้องมีเรื่องใหญ่แน่ สีหน้าของทั้งคู่เปลี่ยนจากจริงจังเป็นยิ้มมุมปากแบบมีเลศนัย ชวนให้สงสัยว่าข้างในซองนั้นคืออะไรกันแน่ การดำเนินเรื่องใน บุญคุณของแม่ เร็วและกระชับมาก ทำให้คนดูต้องจ้องจอไม่กระพริบตาเลย
ฉากเปลี่ยนมาที่โชว์รูมรถหรูทันที บรรยากาศดูแพงมากแต่กลับมีความขัดแย้งซ่อนอยู่ กลุ่มคนดูรถคันดำราคาแพงลิบลิ่ว แต่สีหน้าของหนุ่มสูทเทากลับดูไม่สบายใจเท่าไรนัก ในขณะที่ผู้หญิงข้างๆ ดูตื่นเต้น การตัดสลับอารมณ์แบบนี้ใน บุญคุณของแม่ ทำได้ดีมาก ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนกำลังแอบฟังเรื่องลับของครอบครัวเศรษฐี
ฉากที่แม่แก่เดินถือผักเข้ามาในโชว์รูมรถเป็นฉากที่สะเทือนใจที่สุด รอยช้ำบนใบหน้าของท่านบอกเล่าเรื่องราวความทุกข์ทรมานโดยไม่ต้องใช้คำพูดเลยแม้แต่น้อย การที่ลูกชายยืนคุยเรื่องรถหรูอยู่ข้างใน ในขณะที่แม่ต้องทำงานหนักข้างนอก เป็นภาพที่ตัดกันจนเจ็บปวดหัวใจ บุญคุณของแม่ เล่นกับอารมณ์คนดูได้เก่งมาก
ฉากที่ผู้ชายใส่สูทสีดำรับโทรศัพท์แล้วสีหน้าเปลี่ยนจากกังวลเป็นยิ้มกว้าง เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่อง ไม่รู้ว่าสายนั้นมาจากใครแต่ดูเหมือนจะนำข่าวดีมาให้ การแสดงสีหน้าของนักแสดงในฉากนี้ละเอียดอ่อนมาก ทำให้คนดูรู้สึกโล่งใจไปกับตัวละครด้วย บุญคุณของแม่ มีจังหวะการเล่าเรื่องที่ไม่น่าเบื่อเลย
การเปรียบเทียบระหว่างโลกของคนรวยในโชว์รูมรถ กับโลกของคนจนอย่างแม่ที่ขายผัก เป็นสิ่งที่สะท้อนสังคมได้ดีมาก ภาพที่แม่ยืนมองลูกชายผ่านกระจกใส เป็นสัญลักษณ์ของระยะห่างที่มองไม่เห็นแต่รู้สึกได้ชัดเจน บุญคุณของแม่ ไม่ได้แค่เล่าเรื่องดราม่า แต่ยังแฝงข้อคิดเกี่ยวกับความกตัญญูและการเห็นคุณค่าของครอบครัว
ฉากที่ผู้หญิงสองคนกอดกันและยิ้มอย่างมีความสุข เป็นฉากที่ดูอบอุ่นแต่ก็ทำให้คนดูรู้สึกแปลกๆ เพราะรู้ว่าเบื้องหลังอาจมีเรื่องเศร้าซ่อนอยู่ การแสดงของนักแสดงหญิงทั้งสองคนธรรมชาติมาก ทำให้คนดูรู้สึกอินไปกับความสุขชั่วขณะนั้น บุญคุณของแม่ รู้จักใช้ฉากสุขสลับเศร้าเพื่อกระตุ้นอารมณ์คนดูได้ดีเยี่ยม
ป้ายราคารถที่เขียนว่า ๑๒๘.๘๘ หมื่น เป็นตัวเลขที่ดูยิ่งใหญ่แต่เมื่อเทียบกับความรักของแม่แล้วดูเล็กน้อยมาก ฉากนี้ทำให้คนดูต้องกลับมาคิดว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต การที่ลูกชายอาจไม่รู้ว่าแม่ต้องลำบากเพื่อสนับสนุนเขา เป็นปมดราม่าที่เจ็บปวดมาก บุญคุณของแม่ ทำให้คนดูต้องน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว
ฉากที่แม่ยืนมองลูกชายผ่านกระจกโชว์รูม เป็นฉากที่สื่อความหมายได้ลึกซึ้งมาก สายตาของท่านเต็มไปด้วยความหวังและความเจ็บปวดปนกัน การที่ลูกชายไม่หันมามองแม่เลยแม้แต่น้อย เป็นสิ่งที่ทำให้คนดูรู้สึกโกรธและสงสารแม่ไปพร้อมๆ กัน บุญคุณของแม่ ใช้ภาษากายในการเล่าเรื่องได้ดีมาก ไม่ต้องใช้คำพูดเยอะ
จากฉากออฟฟิศที่ดูจริงจัง มาสู่ฉากโชว์รูมรถที่ดูหรูหรา และจบด้วยฉากแม่ขายผักที่ดูสมถะ การเปลี่ยนแปลงของฉากและอารมณ์ในเรื่องนี้รวดเร็วมาก แต่ไม่ทำให้คนดูสับสน เพราะมีการเชื่อมโยงผ่านตัวละครหลัก บุญคุณของแม่ มีการวางโครงเรื่องที่ฉลาดมาก ทำให้คนดูติดตามจนจบ
เรื่องนี้อาจดูเหมือนดราม่าเกินจริง แต่จริงๆ แล้วสะท้อนชีวิตจริงของหลายครอบครัวได้ดีมาก การที่พ่อแม่ยอมลำบากเพื่อให้ลูกมีชีวิตที่ดี แต่ลูกกลับไม่สำนึก เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในสังคม บุญคุณของแม่ ไม่ใช่แค่ซีรีส์เพื่อความบันเทิง แต่เป็นกระจกที่สะท้อนให้เห็นความจริงของชีวิตครอบครัว
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม