ดูแล้วรู้สึกสงสารตัวละครหลักที่ต้องวนเวียนอยู่ในลูปความทุกข์ทรมานไม่จบสิ้น ภาพที่เธอพยายามดิ้นรนจากมือที่มองไม่เห็นบนคอ ในขณะที่คนข้างนอกพยายามจะช่วยแต่ก็เข้าไม่ถึง มันช่างเป็นอุปมาของความเจ็บปวดทางใจที่ใครก็ช่วยไม่ได้จริงๆ นกสี่เชว่กลับรังแล้ว เป็นเรื่องราวที่สะท้อนความเปราะบางของมนุษย์ได้ดีมาก ดูจบแล้วยังคงรู้สึกหลอนและสะเทือนใจไม่หาย
การแสดงของนางเอกในเรื่อง นกสี่เชว่กลับรังแล้ว น่าทึ่งมาก โดยเฉพาะช่วงที่เปลี่ยนจากสีหน้าเจ็บปวดมาเป็นรอยยิ้มเย็นชาขณะบีบคอตัวเองในจินตนาการ มันสื่อถึงความแตกสลายของจิตใจได้ชัดเจนมาก ฉากที่แม่พยายามเคาะประตูแต่ถูกกันไว้โดยชายชุดนอนลายทาง ยิ่งตอกย้ำความโดดเดี่ยวและความสิ้นหวังของตัวละครหลักได้อย่างเจ็บปวด
ชอบวิธีการเล่าเรื่องที่ใช้การตัดสลับระหว่างโรงพยาบาลและบ้านพักส่วนตัว ทำให้คนดูสับสนไปกับตัวละครว่าอะไรคือความจริง การปรากฏตัวของชายชุดดำที่ถือถุงกระดาษในฉากโรงพยาบาลทิ้งปมไว้ให้สงสัยมากว่าเขาคือใครกันแน่ ในเรื่อง นกสี่เชว่กลับรังแล้ว การเล่นกับจิตวิทยาตัวละครแบบนี้ทำให้เราต้องจ้องจอไม่กระพริบตาเลย
ฉากที่แม่ยืนร้องไห้หน้าประตูไม้สีเข้มแล้วถูกผลักไสโดยชายชุดนอนลายทาง เป็นฉากที่บีบหัวใจที่สุด ความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ดูจะพังทลายลงตรงหน้าประตูห้องนั้น สะท้อนปัญหาภายในบ้านได้รุนแรงมาก การที่ตัวละครหลักในเรื่อง นกสี่เชว่กลับรังแล้ว ต้องเผชิญหน้ากับปีศาจในใจตัวเองโดยไม่มีคนเข้าใจ ยิ่งทำให้เรื่องราวมีความดราม่าและน่าติดตามสุดๆ
งานภาพในเรื่อง นกสี่เชว่กลับรังแล้ว ใช้โทนสีฟ้าและเขียวอมเทาได้ดีมาก มันให้ความรู้สึกเหมือนคนดูกำลังจมลงไปในความเศร้าและความหวาดกลัวของตัวละคร ฉากที่พยาบาลนอนหมดสติอยู่ข้างเตียงโดยไม่มีใครสนใจ ช่างดูโดดเดี่ยวและน่ากลัว การกลับมาของวิญญาณหรือภาพหลอนที่คอยหลอกหลอนบนเตียงนอน ทำให้ทุกวินาทีของการรับชมเต็มไปด้วยความระทึกใจ