ดูจบแล้วรู้สึกสะใจปนเศร้าในทวงแค้นประมูลรัก การที่ผู้หญิงคนหนึ่งต้องรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีเพื่อสู้กับความไม่ยุติธรรม มันช่างน่าชื่นชม ฉากที่เธอจ้องกล้องด้วยสายตาเรียบนิ่งแต่แฝงความมุ่งมั่น ทำให้รู้ว่าเธอผ่านอะไรมาเยอะมาก เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าอย่าประมาทคนที่ดูอ่อนแอ เพราะวันหนึ่งเขาอาจกลับมาทวงคืนทุกอย่างด้วยวิธีที่คาดไม่ถึง
ชอบวิธีเล่าเรื่องในทวงแค้นประมูลรัก ที่ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือหลัก การไลฟ์สด การแชร์หน้าจอ การตัดต่อวิดีโอหลักฐาน ล้วนแสดงให้เห็นว่ายุคนี้ใครๆ ก็เป็นสื่อได้ ฉากที่ตัวเลขผู้ชมกระโดดจากหลักพันเป็นหลักแสน ช่างสะท้อนความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์ได้ดี การที่เรื่องอื้อฉาวแพร่กระจายเร็วขนาดนี้ ทำให้เราต้องกลับมาคิดว่าจริงๆ แล้วเราควรเชื่ออะไรในอินเทอร์เน็ต
ตอนดูทวงแค้นประมูลรัก รู้สึกเหมือนได้ดูการล่มสลายของภาพลักษณ์อย่างช้าๆ พระเอกที่ดูดีมีสกุลกลับถูกแฉว่าเป็นคนสองหน้า ส่วนนางเอกที่ดูเงียบกลับกล้าหาญที่สุด ฉากสุดท้ายที่เธอถอดหูฟังแล้วมองกล้องด้วยสายตาว่างเปล่า ช่างสื่อความหมายลึกซึ้งว่าเธอไม่ต้องการชัยชนะ แต่ต้องการความจริง การที่เรื่องจบแบบเปิดให้คนดูตีความเอง ทำให้เราต้องกลับมาคิดต่อว่าความยุติธรรมที่แท้จริงคืออะไร
ต้องยอมรับว่าพล็อตเรื่องในทวงแค้นประมูลรัก เล่นกับความรู้สึกคนดูได้เก่งมาก ช่วงที่นางเอกกดปุ่มเล่นวิดีโอหลักฐาน บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ คอมเมนต์ที่วิ่งขึ้นมาเรื่อยๆ เหมือนคลื่นซัดฝั่ง แสดงให้เห็นว่าสังคมออนไลน์พร้อมจะตัดสินคนเสมอ การที่พระเอกถูกแฉกลางอากาศแบบนี้คงเจ็บปวดน่าดู แต่ก็นั่นแหละ ใครทำไว้ก็ต้องรับผล
ฉากเปิดเรื่องในทวงแค้นประมูลรัก ช่างน่าตื่นเต้นจริงๆ เมื่อเห็นตัวเลขผู้ชมพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ เหมือนระเบิดเวลาที่กำลังนับถอยหลัง นางเอกในชุดสีแดงดูสง่างามแต่แฝงไปด้วยความเจ็บปวด การที่เธอเลือกจะเปิดโปงความจริงผ่านไลฟ์สดแทนการร้องไห้เงียบๆ ทำให้คนดูอย่างเราเอาใจช่วยสุดๆ การตัดสลับระหว่างหน้าจอมือถือกับปฏิกิริยาของผู้คนช่างสะท้อนสังคมยุคดิจิทัลได้ดีเหลือเกิน