สีหน้าของผู้หญิงในชุดดำตอนเจอเด็กชาย มันดูแข็งทื่อแต่แฝงความเศร้าลึกๆ ไว้ข้างใน เหมือนเธอพยายามสร้างกำแพงป้องกันตัวเอง แต่พอเห็นหน้าเด็กเท่านั้นแหละ เกราะป้องกันก็เริ่มร้าวราน ฉากนี้ใน ตัดใจปุ๊บ ชีวิตพุ่งปั๊บ เล่นกับอารมณ์คนดูได้ดีมาก อยากรู้ว่าอดีตของเธอเจ็บปวดแค่ไหน
การที่ผู้ชายในเสื้อแจ็คเก็ตสีขาวกอดเด็กหญิงไว้แน่น ตอนเห็นผู้หญิงคนนั้นเดินผ่านมา มันบอกเล่าเรื่องราวได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเลย ความอึดอัดในอากาศมันหนาแน่นจนคนดูยังรู้สึกได้ ละครเรื่อง ตัดใจปุ๊บ ชีวิตพุ่งปั๊บ เก่งมากในการใช้ภาษากายสื่ออารมณ์แทนบทพูดที่ยาวเหยียด
รายละเอียดเครื่องแต่งกายของผู้หญิงในชุดดำบอกสถานะและความมั่นใจของเธอได้ดีมาก แต่แววตากลับตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง มันว่างเปล่าและเจ็บปวด การแต่งตัวหรูหราแต่ข้างในพังทลาย เป็นคอนทราสต์ที่เรื่อง ตัดใจปุ๊บ ชีวิตพุ่งปั๊บ ทำออกมาได้เนียนกริบ ดูแล้วสงสารจับใจจริงๆ
ฉากที่ทุกคนมาเจอกันที่โรงพยาบาล มันเหมือนจุดแตกหักของเรื่องราวทั้งหมด สายตาที่มองกันของแต่ละคนเต็มไปด้วยคำถามและความน้อยใจ เด็กๆ ก็ดูสับสนกับสถานการณ์ผู้ใหญ่ ละครเรื่อง ตัดใจปุ๊บ ชีวิตพุ่งปั๊บ วางปมได้ชวนสงสัยมาก อยากรู้ว่าใครเป็นพ่อของเด็กกันแน่
ช็อตโคลสอัพเลือดบนนิ้วหมอตอนถอดถุงมือ มันช่างน่าตกใจและชวนให้ตั้งคำถามทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนไข้? ความเงียบในห้องผ่าตัดยิ่งทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นไปอีก เรื่อง ตัดใจปุ๊บ ชีวิตพุ่งปั๊บ เล่นกับความกลัวของคนดูได้เก่งมาก ดูแล้วขนลุกซู่ไปทั้งตัว