ฉากเปิดเรื่องคือรถสปอร์ตหรูที่พังยับเยินหน้าตึกสเตอร์ลิง แต่พระเอกผมขาวกลับยืนยิ้มอย่างท้าทาย มันสื่อถึงจิตวิญญาณของดริฟต์ปีศาจ ที่แม้รถจะพังแต่ความมั่นใจไม่ลดน้อยลงเลยสักนิด บรรยากาศการแข่งรถดูตึงเครียดมาก
การเผชิญหน้าระหว่างพระเอกกับชายชราถือไม้เท้าดูมีชั้นเชิงมาก เหมือนเป็นการต่อสู้ทางอำนาจมากกว่าแค่เรื่องรถ การที่พระเอกถือปุ่มคิลล์ ขึ้นมาทำให้รู้ว่าดริฟต์ปีศาจ เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ความเร็วแต่เต็มไปด้วยเกมจิตวิทยา
สาวผมทองที่ยืนเงียบๆ ท่ามกลางกลุ่มผู้ชายดูมีเรื่องราวซ่อนอยู่ สายตาของเธอตอนมองกระดาษที่เขียนว่าซอฟเฟสต์ แสดงออกถึงความเจ็บปวดแต่ก็เข้มแข็ง เป็นตัวละครที่ดึงดูดความสนใจมากที่สุดในดริฟต์ปีศาจ เลยก็ว่าได้
กระดาษที่เขียนด้วยเลือดว่านอร์ทอเมริกาส์ซอฟเฟสต์ คือจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่อง มันเป็นการเหยียดหยามที่รุนแรงมาก ทำให้ตัวละครทุกตัวต้องลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรี ฉากนี้ในดริฟต์ปีศาจ ทำเอาคนดูจุกอกไปตามๆ กัน
ชายชราในชุดสูทที่ถือไม้เท้าเงินดูมีอำนาจบารมีมาก การที่เขาเดินนำหน้าทีมแข่งแสดงให้เห็นว่าเขาคือผู้อยู่เบื้องหลังทุกอย่าง สีหน้าเคร่งขรึมของเขาทำให้รู้ว่าดริฟต์ปีศาจ เรื่องนี้เดิมพันสูงมาก
ภาพพระเอกผมขาวสูบบุหรี่ซิการ์ขณะยืนเผชิญหน้ากับศัตรูคือภาพที่จำไม่ลืม มันสื่อถึงความนิ่งและอันตรายในเวลาเดียวกัน ท่าทางของเขาในดริฟต์ปีศาจ บอกเลยว่าหล่อและร้ายในเวลาเดียวกันจริงๆ
ชุดแข่งของนักขับแต่ละคนมีสีไม่ซ้ำกัน ทั้งแดง น้ำเงิน เหลือง เงิน ทำให้ฉากยืนรวมกลุ่มดูสวยงามและมีความเป็นทีมสูง การที่ทุกคนพร้อมใจกันชูมือแสดงว่าดริฟต์ปีศาจ มีพลังของมิตรภาพซ่อนอยู่ด้วย
อุปกรณ์สีดำที่มีปุ่มสีแดงเขียนว่าคิลล์ คือสิ่งที่ทำให้เรื่องน่าติดตามที่สุด มันคือปุ่มอะไรกันแน่ จะใช้หยุดรถหรือหยุดคนกันแน่ ความลึกลับนี้ทำให้ดริฟต์ปีศาจ น่าติดตามจนต้องกดดูต่อทันที
ช็อตที่สาวผมทองเดินออกมาท่ามกลางแสงแดดที่มีนักแข่งยืนขนาบข้างสองฝั่งคือฉากที่สวยมาก แสงแดดทำให้เธอดูเหมือนความหวังเดียวของทีม การเดินของเธอในดริฟต์ปีศาจ เหมือนการเดินเข้าสู่สนามรบอย่างแท้จริง
ตอนจบที่พระเอกหันหลังแล้วชูมือขึ้นเหมือนเป็นการให้สัญญาณเริ่มเกม มันคือจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายทั้งหมด คนดูอย่างเราต้องรอดูต่อว่าดริฟต์ปีศาจ จะจบลงอย่างไร ใครจะชนะเกมนี้กันแน่
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม