การเปิดเรื่องด้วยภาพห้องทำงานที่เต็มไปด้วยความโกลาหลและร่างที่นอนแน่นิ่ง สร้างบรรยากาศกดดันได้ทันที โดยเฉพาะฉากที่ผู้หญิงมีเลือดเต็มหน้าแต่ตายังลืมโพลง มันสื่อถึงความเจ็บปวดที่ยังไม่จบสิ้น ดินสอแห่งความแค้น เรื่องนี้เล่นกับอารมณ์คนดูได้เก่งมาก แค่ไม่กี่วินาทีแรกก็ทำให้เราอยากรู้แล้วว่าใครทำและทำไมถึงโหดขนาดนี้
ชอบจังหวะที่กล้องแพนไปมาอย่างช้าๆ ในห้องที่เกิดเหตุ มันให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังแอบมองเหตุการณ์จริง เสียงเงียบกริบยิ่งทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นไปอีก ตัวละครชายในชุดสูทที่เดินเข้ามาแล้วทำท่าทางเย็นชา มันขัดแย้งกับฉากเลือดสาดอย่างรุนแรง ดินสอแห่งความแค้น ใช้ความเงียบเล่าเรื่องได้ดีกว่าการใช้คำพูดเสียอีก
ตัวละครชายในชุดสูทสีน้ำเงินดูมีเสน่ห์แต่ก็น่ากลัวในเวลาเดียวกัน รอยยิ้มมุมปากของเขาในตอนท้ายฉากห้องทำงานทำให้ขนลุกซู่ มันเหมือนเขารู้ทุกอย่างและควบคุมสถานการณ์ได้หมด การที่เขาเดินออกจากลิฟต์อย่างสง่างามในขณะที่คนอื่นวิ่งหนีตาย มันแสดงถึงอำนาจที่แท้จริง ดินสอแห่งความแค้น สร้างตัวละครวายร้ายที่มีระดับมาก
รายละเอียดเล็กๆ อย่างดินสอสีเหลืองที่ตกอยู่ข้างศพผู้หญิง มันดูธรรมดาแต่กลับมีความหมายลึกซึ้ง อาจจะเป็นเครื่องมือหรือหลักฐานสำคัญก็ได้ การที่กล้องโฟกัสไปที่ดินสอหลายครั้งทำให้เราสงสัยว่ามันเกี่ยวข้องกับปมเรื่องอย่างไร ดินสอแห่งความแค้น ใส่รายละเอียดแบบนี้มาทำให้คนดูต้องคิดตามไม่หยุด
ฉากที่รถเบนซ์สีดำจอดและชายชุดขาวลงมานั้นดูอลังการมาก ท่าทางของเขาบ่งบอกถึงความเป็นใหญ่และอันตราย สายตาที่มองลูกน้องอย่างเย็นชาทำให้รู้ว่าเขาคือตัวการใหญ่จริงๆ การแต่งกายที่ดูดีแต่แฝงความดุร้ายทำให้ตัวละครนี้น่าจดจำ ดินสอแห่งความแค้น รู้จักวิธีแนะนำตัวละครสำคัญให้ดูมีพลังทันทีที่ปรากฏตัว