ฉากเปิดเรื่องทำเอาขนลุกซู่เมื่อเห็นตัวละครหลักลอยอยู่กลางหุบเขาที่ปกคลุมด้วยหมอก ดวงตาที่เปลี่ยนสีเป็นสัญญาณเตือนภัยว่าเขากำลังปลดปล่อยพลังบางอย่าง เรื่องราวในจอมเทพซ่อนตัวดำเนินไปอย่างรวดเร็วมาก การต่อสู้ด้วยเวทมนตร์สีแดงฉานตัดกับฉากหลังสีฟ้าครามช่างสวยงามจนลืมหายใจ ฉากนี้บอกใบ้ถึงอดีตที่เจ็บปวดและการกลับมาที่ยิ่งใหญ่
เมื่อชายชราหนวดขาวปรากฏตัวขึ้นพร้อมวงแสงสีทองด้านหลัง ฉันรู้ทันทีว่านี่คือจุดเปลี่ยนของเรื่อง จอมเทพซ่อนตัว ไม่ได้มีแค่ฉากแอ็คชั่นแต่ยังแฝงปรัชญาเต๋าผ่านสัญลักษณ์หยินหยางที่หมุนวน การต่อสู้ระหว่างรุ่นใหญ่กับรุ่นน้องไม่ใช่แค่เรื่องพลังแต่เป็นเรื่องของจิตใจ ฉากที่ชายชราใช้พลังดูดกลืนทุกสิ่งช่างน่าเกรงขามจนตัวแข็งทื่อ
ชอบฉากที่พื้นหลังเปลี่ยนเป็นกาแล็กซีสีม่วงและฟ้า มันสื่อถึงมิติที่สูงขึ้นของตัวละคร การที่ตัวละครผมสีเงินมีเครื่องหมายรูปเพชรบนหน้าผากบ่งบอกถึงสถานะพิเศษบางอย่าง ในจอมเทพซ่อนตัว การออกแบบตัวละครแต่ละคนมีเอกลักษณ์มาก โดยเฉพาะฉากที่วงล้อแห่งธรรมปรากฏขึ้นพร้อมตัวอักษรจีนโบราณ มันดูขลังและทรงพลังมากจริงๆ
การเปลี่ยนฉากจากสงครามเทพเจ้ามาสู่เมืองยุคใหม่ที่มีแสงนีออนสว่างไสวช่างตัดกันสุดๆ ตัวละครที่เคยใส่ชุดต่อสู้ตอนนี้มาอยู่ในชุดสูทและแว่นดำ ร้องเพลงในคลับอย่างมีความสุข จอมเทพซ่อนตัว เล่นกับอารมณ์คนดูได้ดีมาก จากความตึงเครียดสู่ความผ่อนคลาย ฉากดีเจสาวใส่หมวกเบเร่ต์เต้นตามจังหวะเพลงทำให้รู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยไปกับพวกเขา
ฉากที่ตัวละครนั่งสมาธิและมีแสงสีเหลืองอร่ามล้อมรอบ พร้อมตัวอักษรลอยอยู่รอบกาย เป็นฉากที่สื่อถึงการบรรลุธรรมอย่างชัดเจน ในจอมเทพซ่อนตัว ฉากนี้สำคัญมากเพราะมันคือจุดที่ตัวละครเข้าใจสัจธรรมของชีวิต การผสมผสานระหว่างภาพอนิเมชั่นสวยๆ กับแนวคิดปรัชญาทำให้เรื่องนี้มีมิติมากกว่าแค่การ์ตูนต่อสู้ทั่วไป
ชอบการออกแบบพลังเวทมนตร์ในเรื่องมาก โดยเฉพาะลูกบอลพลังงานสีแดงที่ลอยอยู่รอบตัวตัวละครหลัก มันดูอันตรายแต่ก็สวยงาม ในขณะเดียวกันพลังของชายชราที่เป็นแสงสีทองก็ดูอบอุ่นและศักดิ์สิทธิ์ จอมเทพซ่อนตัว สร้างความสมดุลระหว่างสองขั้วนี้ได้ดีมาก ฉากที่พลังทั้งสองปะทะกันจนเกิดแสงสว่างจ้าทำให้ใจเต้นแรงสุดๆ
รายละเอียดเล็กๆ อย่างรอยแผลเป็นบนใบหน้าของตัวละครหลักบอกเล่าเรื่องราวได้มากมายโดยไม่ต้องใช้คำพูด มันแสดงให้เห็นว่าเขาผ่านอะไรมาบ้าง ในจอมเทพซ่อนตัว การออกแบบตัวละครใส่ใจรายละเอียดมาก แม้แต่สีของดวงตาที่เปลี่ยนไปก็สื่อถึงสถานะพลังที่แตกต่างกัน ฉากโคลสอัพใบหน้าตอนใช้พลังทำให้เห็นอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ลึกๆ
ช่วงท้ายเรื่องที่เปลี่ยนบรรยากาศมาเป็นคอนเสิร์ตในคลับทำเอาเซอร์ไพรส์มาก แสงสีม่วงและฟ้าสาดส่องไปทั่วเวที ตัวละครที่ใส่แว่นดำร้องเพลงอย่างเมามันส์ทำให้ลืมฉากต่อสู้ไปเลย จอมเทพซ่อนตัว รู้จักจังหวะในการเล่าเรื่องดีมาก ไม่ตึงเกินไปและไม่หย่อนเกินไป ฉากดีเจสาวที่เต้นอย่างสนุกสนานทำให้คนดูรู้สึกอินไปกับบรรยากาศ
ชื่อเรื่อง จอมเทพซ่อนตัว สื่อถึงการเวียนว่ายตายเกิดและการกลับมาใหม่ได้อย่างดี ฉากที่ตัวละครลอยอยู่กลางอากาศเหมือนกำลังหลุดพ้นจากพันธนาการทางกายภาพ เป็นภาพที่สื่อถึงอิสรภาพอย่างแท้จริง การที่เรื่องนี้มีทั้งฉากต่อสู้ดุเดือดและฉากสงบนิ่งทำให้เห็นทั้งสองด้านของตัวละคร เป็นเรื่องที่ครบรสจริงๆ
ฉากเมืองยุคใหม่ที่มีตึกสูงและแสงนีออนวิ่งผ่านอย่างรวดเร็ว เป็นภาพที่สื่อถึงความทันสมัยและความวุ่นวาย ในจอมเทพซ่อนตัว การเปลี่ยนจากฉากแฟนตาซีมาสู่โลกจริงทำให้เรื่องดูใกล้ตัวมากขึ้น ตัวละครที่เดินอยู่ใต้แสงไฟถนนแล้วเงยหน้ามองท้องฟ้า เป็นฉากที่ให้ความรู้สึกเหงาแต่ก็มีความหวัง เป็นตอนจบที่เปิดกว้างให้คนดูตีความได้หลายแบบ
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม