PreviousLater
Close

ความรักที่เธอมองข้าม ตอนที่ 24

2.0K2.1K

ความรักที่เธอมองข้าม

โจวอวี่เหยียนกับเจียงเจ่าหนิงแต่งงานกันมา 3 ปี เพื่อความรัก เขายอมทิ้งอาชีพทนายของตัวเอง คอยสนับสนุนให้เจียงเจ่าหนิงก้าวขึ้นเป็นทนายชื่อดัง ขณะที่ตัวเขากลับกลายเป็นพ่อบ้านเต็มตัวมาตลอดสามปี แต่ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไป เมื่อรักแรกของภรรยาอย่างลู่เฉินกลับมา เจียงเจ่าหนิงค่อย ๆ เมินเฉยต่อเขา จึงทำให้โจวอวี่เหยียนตัดสินใจกลับสู่วงการกฎหมายอีกครั้ง และเมื่อเขาชนะคดีที่ยากที่สุดได้อีกครั้ง ทุกคนจึงได้รู้ว่า ชายที่เคยถูกดูถูกมาตลอดคนนี้ แท้จริงแล้วก็คือตำนานแห่งวงการกฎหมายในอดีต "ราชาแห่งวงการทนาย"
  • Instagram
รีวิวตอนนี้

สีหน้าเขาบอกทุกอย่าง

ฉากนี้ทำเอาใจหายใจควายจริงๆ แค่ดูสีหน้าของชายเสื้อโค้ทก็รู้เลยว่าเขากำลังตกใจแค่ไหน พยายามจะอธิบายแต่ฝ่ายหญิงกลับเย็นชาเหลือเกิน การแสดงออกทางสายตาของเธอทำให้รู้ทันทีว่าความสัมพันธ์นี้กำลังมีปัญหาหนักมาก ดูแล้วอินสุดๆ กับบรรยากาศตึงเครียดแบบนี้ ในเรื่องความรักที่เธอมองข้าม บอกเลยว่าฉากนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คนดูต้องลุ้นตามว่าสุดท้ายแล้วเขาจะคุยกันรู้เรื่องไหม หรือจะต้องจบลงด้วยการเข้าใจผิดกันต่อไปอีกนานแค่ไหน

ความเย็นชาที่ซ่อนอยู่

ชอบโมเมนต์ที่ผู้หญิงผมยาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วไม่สนใจชายตรงหน้าเลย มันสื่อถึงความหมดศรัทธาได้ชัดเจนมาก เครื่องประดับมุกที่เธอใส่ดูหรูหราแต่กลับตัดกับอารมณ์ที่เย็นชาอย่างน่าประหลาดใจ ฉากนี้ในเรื่องความรักที่เธอมองข้าม ทำให้เราตั้งคำถามว่าเธอรู้ความจริงอะไรมาบ้าง ทำไมถึงนิ่งได้ขนาดนั้น คนแสดงทำได้ดีมากจนคนดูอย่างเราอยากเข้าไปถามแทนเลยจริงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ระหว่างสองคนนี้

ใครคือชายในโทรศัพท์

จุดที่น่าสนใจที่สุดคือหน้าจอโทรศัพท์ที่เธอเปิดดู เห็นชายใส่แววในชุดสูทดูเป็นทางการมาก ไม่รู้ว่าเป็นใครกันแน่ แต่แน่นอนว่าต้องมีผลต่อเนื้อเรื่องอย่างแน่นอน ชายเสื้อโค้ทที่ยืนอยู่คงรู้สึกไม่ดีแน่ๆ ที่ถูกเมินแบบนี้ บรรยากาศในห้องดูทันสมัยแต่กลับอึดอัดผิดปกติ ดูแล้วรู้สึกแทนตัวละครมากจริงๆ กับความรักที่เธอมองข้าม ที่ดูเหมือนจะมีความลับซ่อนอยู่เต็มไปหมด อยากให้รีบเฉลยเร็วๆ ว่าชายในโทรศัพท์คือใครกันแน่

การแสดงที่ละเอียดอ่อน

ต้องชมผู้กำกับที่เก็บรายละเอียดสีหน้าได้ครบถ้วน ทุกครั้งที่กล้องซูมไปที่หน้าชายเสื้อโค้ท เราจะเห็นความกังวลและความสับสนผสมกันอยู่ ส่วนฝ่ายหญิงแม้จะพูดน้อยแต่สายตาเธอพูดทุกอย่างออกมาหมดแล้ว ดูแล้วรู้สึกราวกับเราไปยืนอยู่ในห้องนั้นจริงๆ ความตึงเครียดมันแผ่กระจายออกมาจากหน้าจอเลย สำหรับใครที่ชอบดราม่าหนักๆ แบบนี้ต้องไม่พลาดความรักที่เธอมองข้าม รับรองว่าดูแล้วจะวางไม่ลงแน่นอนค่ะ

แฟชั่นก็เล่าเรื่องได้

นอกจากเนื้อเรื่องแล้วต้องพูดถึงการแต่งตัวด้วย ชายเสื้อโค้ทสีน้ำตาลดูอบอุ่นแต่กลับต้องมาเจอเรื่องหนาวเหน็บใจ ส่วนผู้หญิงผมยาวใส่สีดำทั้งหมดดูเข้มขรึมและตัดสินใจอะไรบางอย่างไปแล้ว เครื่องประดับมุกเส้นยาวช่วยเพิ่มมิติให้ตัวละครดูมีฐานะแต่ก็โดดเดี่ยวในเวลาเดียวกัน ฉากนี้ในความรักที่เธอมองข้าม ใช้เครื่องแต่งกายช่วยบอกอารมณ์ตัวละครได้เก่งมากจริงๆ ดูแล้วอยากได้เสื้อโค้ทแบบเขาบ้างเลยเหมือนกัน

ความเงียบที่ดังกว่าเสียง

บางครั้งไม่ต้องมีเสียงตะโกนก็สื่ออารมณ์ได้รุนแรง ฉากนี้ทั้งสองคนยืนห่างกันแต่ความรู้สึกมันห่างไกลกว่านั้นมาก หญิงสาวเลือกที่จะโทรหาคนอื่นแทนที่จะคุยกับคนตรงหน้า มันเจ็บปวดแทนชายเสื้อโค้ทจริงๆ นะ ความเงียบในห้องนี้มันดังจนหูอื้อไปเลย ดูแล้วจุกอกมากกับความรักที่เธอมองข้าม ที่แสดงให้เห็นว่าบางครั้งการไม่พูดอะไรเลยคือการทำร้ายกันที่สุด อยากให้เขาหันมาคุยกันดีๆ สักทีเถอะ

ปมที่ค่อยๆ คลาย

รู้สึกว่าฉากนี้เป็นจุดเริ่มต้นของปมใหญ่ๆ แน่นอน การที่เธอเช็คโทรศัพท์แล้วทำหน้าจริงจังขนาดนั้นแสดงว่ามีเรื่องสำคัญมากกว่าเรื่องส่วนตัวที่กำลังทะเลาะกันอยู่ ชายเสื้อโค้ทดูจะยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น ความสับสนบนใบหน้าเขาทำให้คนดูอยากเข้าไปช่วยอธิบายให้เขาเข้าใจจริงๆ กับความรักที่เธอมองข้าม ที่ค่อยๆ เผยให้เห็นทีละนิดว่าใครกันแน่ที่ถือไพ่เหนือกว่าในความสัมพันธ์ครั้งนี้

บรรยากาศที่กดดัน

การจัดแสงในห้องนี้ช่วยเสริมอารมณ์ได้เป็นอย่างดี แสงเย็นๆ ทำให้รู้สึกถึงความห่างเหินระหว่างตัวละครทั้งสอง แม้จะยืนอยู่ในห้องเดียวกันแต่เหมือนอยู่คนละโลกเลย ชายเสื้อโค้ทพยายามจะเข้าไปใกล้แต่ก็ถูกกำแพงความเย็นชากั้นไว้ ดูแล้วอึดอัดแทนจริงๆค่ะ กับความรักที่เธอมองข้าม ที่สร้างบรรยากาศได้สมจริงมากจนคนดูต้องกลั้นหายใจตามไปด้วย อยากให้ฉากต่อไปเขาได้ปรับความเข้าใจกันบ้างแล้ว

สายตาที่ไม่โกหก

ชอบที่สุดคือตอนกล้องสลับไปมาระหว่างสายตาของทั้งสองฝ่าย ชายเสื้อโค้ทมองด้วยความหวังแต่ผู้หญิงผมยาวกลับมองผ่านเขาไปเหมือนเขาไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้นเลย มันสื่อถึงความหมดหวังได้ชัดเจนมากจริงๆ รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ทำให้ละครเรื่องนี้ดูมีคุณภาพมาก สำหรับใครที่กำลังตามดูความรักที่เธอมองข้าม อยู่บอกเลยว่าฉากนี้คือฉากที่ควรค่าแก่การหยุดดูซ้ำจริงๆ เพราะทุกวินาทีมีความหมายหมดเลย

จุดเปลี่ยนของเรื่อง

ดูแล้วรู้สึกว่าหลังจากฉากนี้ทุกอย่างคงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป การที่เธอตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาคุยต่อหน้าเขาแสดงว่าเธอไม่แคร์ความรู้สึกเขาแล้วจริงๆ ชายเสื้อโค้ทคงช็อกไม่น้อยที่เห็นเธอทำแบบนี้ ความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะดีกลับเปราะบางเกินกว่าจะคาดคิด กับความรักที่เธอมองข้าม ที่สอนให้เราเห็นว่าความรักบางครั้งก็ต้องการการดูแลเอาใจใส่ไม่อย่างนั้นมันอาจจะสายเกินไปก็ได้ ดูแล้วได้ข้อคิดเยอะมากเลยค่ะ