ฉากปรับเนคไทตอนต้นเรื่องช่างละเอียดอ่อนมาก แสดงถึงความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งระหว่างทนายหนุ่มกับคู่หูสาวชุดเขียว การมองตากันเต็มไปด้วยความไว้ใจก่อนเข้าสู่ห้องพิจารณาคดีที่ตึงเครียด เรื่องราวในความรักที่เธอมองข้าม ดำเนินไปอย่างรวดเร็วแต่ไม่เร่งรีบ ทำให้คนดูรู้สึกลุ้นไปกับทุกพยานหลักฐานที่ยื่นเข้าไปในศาล จริงๆแล้วฉากนี้สำคัญมากในการปูพื้นฐานความสัมพันธ์ให้คนดูเข้าใจได้ง่ายขึ้นว่าทำไมพวกเขาถึงไว้ใจกันขนาดนั้นในสถานการณ์วิกฤตแบบนี้ที่หาได้ยากมากในละครทั่วไปทำให้คนดูรู้สึกอิน
พระเอกใส่แว่นดูฉลาดและน่าเชื่อถือมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะตอนยืนโต้แย้งในศาลด้วยน้ำเสียงมั่นคงไม่หวั่นไหวแม้ฝ่ายตรงข้ามจะพยายามกดดันอย่างหนัก ฉากที่เขาเดินออกมาพร้อมเสื้อโค้ทสีน้ำตาลดูเท่สุดๆ หญิงสาวที่ยืนข้างๆก็ยิ้มอย่างภูมิใจเป็นภาพจบที่สมบูรณ์แบบสำหรับคดีนี้ ความรักที่เธอมองข้าม ทำได้ดีมากในการสร้างคาแรคเตอร์ให้คนจดจำได้ง่ายๆและรู้สึกอินไปกับตัวละครหลักทั้งสองคนมากทีเดียวทำให้คนดูอยากติดตามต่อในฤดูกาลหน้าด้วย
ตัวร้ายใส่สูทสีเทาดูมีความกดดันชัดเจนตั้งแต่เดินเข้ามาในห้องศาล สีหน้าเปลี่ยนไปทันทีเมื่อเห็นหลักฐานถูกเปิดโปงต่อหน้าทุกคน ความพ่ายแพ้ของเขาทำให้ชัยชนะของฝ่ายพระเอกยิ่งดูยิ่งใหญ่ขึ้น ฉากผู้พิพากษาเคาะค้อนตัดสินคือจุดพีคที่รอคอย คนดูคงหายใจไม่ทั่วท้องในช่วงนั้น ความรักที่เธอมองข้าม สร้างความตื่นเต้นได้ตลอดทั้งเรื่องเลยจริงๆนะทำให้คนดูไม่อยากรอตอนต่อไปเลยสักนิดเพราะมันสนุกมากและน่าติดตาม
ฉากสุดท้ายที่นักข่าวรุมสัมภาษณ์ด้านนอกอาคารศาลแสดงให้เห็นว่าคดีนี้สำคัญแค่ไหน พระเอกจัดการกับคำถามได้ฉะฉานในขณะที่สาวชุดเขียวยืนยิ้มอยู่ด้านหลัง แสงธรรมชาติทำให้ภาพดูสวยงามและมีความหวัง เป็นตอนจบที่ทิ้งความรู้สึกดีๆไว้ให้คนดูได้คิดต่อเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองคนว่าจะพัฒนาไปทางไหนต่อหลังจากจบคดีความสำคัญนี้ไปแล้วในเรื่องความรักที่เธอมองข้ามที่สร้างแรงบันดาลใจได้ดีมากให้คนดูรู้สึกฮึกเหิม
การจับคู่สีชุดระหว่างสูทสีน้ำตาลและชุดสีเขียวพาสเทลดูเข้ากันมากทั้งในและนอกห้องศาล บ่งบอกถึงความสัมพันธ์ที่เป็นทีมเดียวกันอย่างชัดเจน รายละเอียดเล็กๆน้อยๆอย่างเข็มกลัดปกเสื้อก็ดูมีระดับ ช่วยเสริมบุคลิกให้ตัวละครดูมีฐานะและมีความเป็นมืออาชีพสูงมากในเรื่องความรักที่เธอมองข้ามนี้ การแต่งกายสะท้อนตัวตนตัวละครได้ดีมากจริงๆทำให้คนดูรู้สึกเชื่อถือในความสามารถของทนายความคู่นี้ที่ทำงานด้วยกันอย่างเข้าขากัน
บรรยากาศในโถงทางเดินก่อนเข้าศาลเต็มไปด้วยความเงียบที่กดดัน การเดินสวนกันของทนายทั้งสองฝ่ายเหมือนมีการประชันพลังกันเงียบๆ คนดูสามารถสัมผัสได้ถึงความไม่ลงรอยกันตั้งแต่ยังไม่เริ่มพิจารณาคดี ความตึงเครียดนี้ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านสีหน้าและภาษากายได้อย่างยอดเยี่ยมมากจริงๆทำให้คนดูรู้สึกตื่นเต้นไปกับบรรยากาศในห้องโถงนั้นด้วยเช่นกันในความรักที่เธอมองข้ามที่สร้างบรรยากาศได้สมจริงมากจนน่าทึ่ง
ตัวละครสาวชุดเขียวไม่ได้เป็นแค่ตัวประกอบแต่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนเธอคอยจัดการเอกสารและอยู่เคียงข้างตลอดเวลา สายตาที่เธอมองพระเอกบอกอะไรได้หลายอย่างโดยไม่ต้องพูดออกมาเลยสักคำ ความสัมพันธ์แบบนี้แหละที่ทำให้คนดูรู้สึกอินไปกับเนื้อเรื่องมากขึ้นทุกวัน ดูแล้วรู้สึกอบอุ่นหัวใจมากจริงๆค่ะใครเห็นก็ต้องอิจฉาความสัมพันธ์แบบนี้แน่นอนในความรักที่เธอมองข้ามที่ใครดูแล้วก็ต้องหลงรักตัวละครนี้มาก
ฉากในห้องพิจารณาคดีมีการจัดแสงที่ดีมากทำให้เห็นสีหน้าของตัวละครชัดเจนตอนพูดโต้แย้งกัน การยื่นเอกสารหลักฐานเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เกมพลิกกลับอย่างหมดรูป คนดูจะรู้สึกสะใจแทนฝ่ายที่ถูกกระทำมาตลอดทั้งเรื่องที่ผ่านมา ความยุติธรรม ในที่สุดก็ปรากฏให้เห็นหลังจากต่อสู้กันอย่างยาวนานและเหนื่อยยากมากทีเดียวสำหรับฝ่ายพระเอกที่ต้องพยายามอย่างมากในความรักที่เธอมองข้ามที่สร้างความประทับใจได้มากให้คนดูรู้สึกสะใจ
จังหวะการตัดต่อภาพจากนอกศาลเข้าสู่ในห้องพิจารณาทำได้ลื่นไหลไม่สะดุด ทำให้คนดูไม่รู้สึกเบื่อแม้จะเป็นฉากพูดเป็นส่วนใหญ่ บทสนทนาสั้นๆแต่ได้ใจความสำคัญครบถ้วน เป็นตัวอย่างที่ดีของการทำละครสั้นคุณภาพสูงที่ควรค่าแก่การติดตามชมอย่างมาก ใครที่ชอบดูฉากต่อสู้ด้วยวาทศิลป์ต้องชอบเรื่องนี้แน่นอนเลยล่ะค่ะรับรองไม่ผิดหวังกับความรักที่เธอมองข้ามที่ทำได้เหนือความคาดหมายมากในทุกๆฉาก
โดยรวมแล้วละครเรื่องนี้ให้ทั้งความตื่นเต้นและความหวานปนกันไปได้อย่างลงตัว ฉากชัยชนะไม่ใช่แค่เรื่องคดีความแต่รวมถึงความสัมพันธ์ที่พัฒนาขึ้นด้วย ใครที่ชอบแนวทนายความหรือละครออฟฟิศไม่ควรพลาดความรักที่เธอมองข้ามเด็ดขาด รับรองว่าจะต้องติดใจแน่นอนค่ะดูแล้วมีความสุขมากจริงๆกับตอนจบแบบนี้ที่ทุกคนรอคอยและต้องการเห็นความสำเร็จของตัวละครหลักที่พยายามมาตลอดทั้งเรื่องที่ผ่านมา