ฉากเปิดเรื่องในคู่ปรับนายฮอกกี้ ทำเอาหัวใจเต้นแรงทันทีเมื่อเห็นความขัดแย้งระหว่างสองตัวละครหลัก บรรยากาศในห้องนอนที่ดูหรูหราแต่เต็มไปด้วยความอึดอัด การแสดงออกทางสีหน้าของทั้งคู่บอกเล่าเรื่องราวได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะเลย ชอบมากที่ผู้กำกับเล่นกับแสงเงาได้ดีจริงๆ
ดูคู่ปรับนายฮอกกี้ แล้วต้องยอมรับว่าบทพูดแต่ละประโยคคมกริบมาก โดยเฉพาะฉากที่ตัวละครผมดำเดินเข้ามาหาตัวละครผมทองบนเตียง ความรู้สึกเหมือนมีไฟฟ้าวิ่งผ่านจอเลย การแสดงของนักแสดงทั้งสองคนสมจริงจนลืมไปเลยว่ากำลังดูหนังอยู่ อยากให้ฉากแบบนี้มีเยอะๆ ในเรื่อง
ชอบมากตรงที่คู่ปรับนายฮอกกี้ ไม่พยายามยัดเยียดอารมณ์ให้คนดู แต่ปล่อยให้มันค่อยๆ สะสมจนระเบิดออกมาในฉากที่ตัวละครผมทองตะโกนใส่หน้าอีกคน ความโกรธและความเจ็บปวดที่สื่อออกมาทางสายตาทำเอาเราอินไปด้วยเลย ฉากนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่องจริงๆ
มีฉากหนึ่งในคู่ปรับนายฮอกกี้ ที่ทั้งสองตัวละครนั่งกินข้าวด้วยกันแต่ไม่มีใครพูดอะไรเลย ความเงียบนั้นกลับสื่อสารได้มากกว่าคำพูดเป็นร้อยประโยค มองเห็นความอึดอัดและความไม่เข้าใจกันผ่านแววตาของทั้งคู่ ฉากแบบนี้แหละที่ทำให้หนังเรื่องนี้มีชั้นเชิงมากกว่าหนังทั่วไป
สังเกตไหมว่าในคู่ปรับนายฮอกกี้ ตัวละครผมดำมักจะใส่สูทผูกไทด์แม้ในสถานการณ์ที่ไม่เป็นทางการ ในขณะที่ตัวละครผมทองมักจะดูสบายๆ กว่า การแต่งตัวแบบนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการบอกเล่าถึงบุคลิกและสถานะทางสังคมของตัวละครได้อย่างชาญฉลาดมาก
ต้องชมทีมถ่ายทำของคู่ปรับนายฮอกกี้ ที่ใช้แสงธรรมชาติจากหน้าต่างมาสร้างอารมณ์ให้กับฉากต่างๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะฉากในห้องนอนที่แสงแดดสาดเข้ามาเป็นเส้นๆ ทำให้เห็นความขัดแย้งระหว่างความอบอุ่นของแสงกับความเย็นชาของความสัมพันธ์ได้ชัดเจนมาก
ฉากที่ตัวละครผมทองรับโทรศัพท์ในคู่ปรับนายฮอกกี้ เป็นฉากที่เปลี่ยนทิศทางของเรื่องไปเลย สีหน้าที่เปลี่ยนจากโกรธเป็นตกใจแล้วสุดท้ายเป็นความกลัว บอกเล่าเรื่องราวได้โดยไม่ต้องมีคำอธิบายเพิ่มเติม การใช้โทรศัพท์เป็นอุปกรณ์ในการขับเคลื่อนพล็อตเรื่องทำได้ดีมาก
สิ่งที่ทำให้คู่ปรับนายฮอกกี้ น่าสนใจคือความแตกต่างของตัวละครทั้งสองคน ทั้งบุคลิก การแต่งตัว และวิธีแก้ปัญหา แต่ความแตกต่างนั้นกลับทำให้เรื่องน่าสนใจขึ้น ไม่ใช่แค่ความขัดแย้งธรรมดา แต่เป็นการปะทะกันของสองโลกที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง
ปกติฉากกินข้าวมักจะเป็นฉากที่คนดูเบื่อ แต่ในคู่ปรับนายฮอกกี้ ฉากอาหารกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด ทุกการเคลื่อนไหวของตัวละครมีความหมาย แม้แต่การจับช้อนส้อมก็ยังสื่ออารมณ์ได้ การกำกับฉากแบบนี้ต้องใช้ความละเอียดอ่อนมากจริงๆ
ดูคู่ปรับนายฮอกกี้ จบแล้วต้องบอกว่าคนทำหนังเก่งมากที่ทิ้งปมไว้ให้คนดูคิดต่อ โดยเฉพาะฉากสุดท้ายที่ตัวละครทั้งสองคนนั่งมองกันด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ไม่รู้ว่าเรื่องจะจบลงอย่างไร แต่ที่แน่ๆ คือความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่มีวันเหมือนเดิมอีกแล้ว
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม