ชอบการคุมโทนสีของเรื่องนี้มาก โดยเฉพาะชุดสูทสีเทาของพระเอกที่ดูเรียบหรูแต่กลับเข้ากับบรรยากาศความเหงาได้ลงตัว ฉากที่เขาเดินไปมาขณะรอคำตอบทางโทรศัพท์ มันสื่อถึงความไม่แน่นอนของชีวิตคู่ได้ดีสุดๆ ใครที่ดู คนโปรดในใจ แล้วไม่อินกับโมเมนต์นี้ถือว่าใจแข็งมากจริงๆ
ช็อตโคลสอัพที่มือของนางเอกกำแหวนแน่นๆ มันคือจุดพีคที่ทำให้รู้ว่าเธอตัดสินใจอะไรบางอย่างที่ยากลำบาก การที่เธอไม่รับสายหรือการที่พระเอกโทรไม่ติด มันคือกำแพงที่มองไม่เห็นแต่กั้นพวกเขาไว้ คนโปรดในใจ เล่นกับอารมณ์คนดูได้เก่งมาก อยากให้ตอนต่อไปเขาได้คุยกันสักที
แม้ฉากหลังจะเป็นถนนและต้นไม้ใบเหลืองที่สวยงาม แต่ทำไมมันดูเหงาจับใจขนาดนี้ การตัดต่อที่สลับไปมาระหว่างสองตัวละครที่คิดถึงกันแต่ไม่ได้เจอกัน มันสร้างความอึดอัดให้คนดูได้เป็นอย่างดี ดู คนโปรดในใจ แล้วรู้สึกเหมือนเราเป็นคนที่สามที่นั่งมองพวกเขาอยู่จริงๆ
ตอนจบที่พระเอกวางโทรศัพท์ลงแล้วมองไปข้างหน้าด้วยสายตาที่ว่างเปล่า มันทิ้งคำถามไว้ในใจคนดูเยอะมากว่าเขาจะเลือกทางไหนต่อ ความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะจบแต่ก็ยังไม่จบนี้ ทำให้เราต้องติดตาม คนโปรดในใจ ต่อทันที เพราะอยากรู้ว่าสุดท้ายแล้วความรักจะชนะทุกอย่างไหม
ฉากที่พระเอกยืนรอโทรศัพท์ด้วยความกังวล ตัดสลับกับนางเอกในรถที่มองแหวนด้วยความเศร้า มันช่างเป็นความทรมานที่เห็นแล้วจุกอกจริงๆ การแสดงสีหน้าของทั้งคู่ใน คนโปรดในใจ บอกเล่าเรื่องราวได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะเลย แค่สายตาที่ว่างเปล่าก็บอกหมดแล้วว่าใจเขาใจเธอตอนนี้แตกสลายแค่ไหน