ฉากเปิดเรื่องในโรงพยาบาลดูเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความตึงเครียด ผู้หญิงสองคนยืนล้อมชายคนป่วยเหมือนกำลังตัดสินชะตากรรมของเขา สายตาที่มองกันไม่ใช่ความห่วงใยแต่เป็นการวัดพลังกันชัดเจน การตัดสลับไปยังสำนักงานที่ดูหรูหราทำให้รู้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ดราม่าทั่วไป แต่มีเบื้องหลังอำนาจและการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง การปรากฏตัวของ คืนชีวา ในตอนท้ายทำให้คนดูเริ่มสงสัยว่าชายคนนี้จะฟื้นขึ้นมาเพื่อแก้แค้นหรือไม่
ชอบบรรยากาศในเรื่องมากโดยเฉพาะช่วงที่ตัวละครไม่พูดแต่สายตาบอกทุกอย่าง ผู้หญิงใส่แว่นดูเย็นชาและคิดคำนวณมาก ในขณะที่อีกคนดูมีความซับซ้อนทางอารมณ์ ฉากไฟไหม้ที่แทรกเข้ามาแบบฟลาชแบ็คทำให้รู้ว่าอุบัติเหตุครั้งนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ การดำเนินเรื่องใน คืนชีวา เร็วและกระชับ ไม่ยืดเยื้อ ทำให้คนดูต้องคอยเดาว่าใครคือคนร้ายตัวจริงกันแน่
ฉากในออฟฟิศที่ผู้ชายใส่สูทสีเทากำลังถูกกดดันโดยบอดี้การ์ดสร้างความรู้สึกอึดอัดได้ดีมาก ท่าทางที่เขายืนก้มหน้าแสดงถึงความพ่ายแพ้หรือความกลัวบางอย่าง การตัดภาพกลับมาที่โรงพยาบาลพร้อมกราฟหัวใจที่เต้นแรงทำให้รู้ว่าชีวิตของคนป่วยกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย เรื่องราวใน คืนชีวา ดูจะเชื่อมโยงกันหมดไม่ว่าจะเป็นเรื่องธุรกิจหรือเรื่องส่วนตัว
ตัวละครผู้หญิงในเรื่องนี้ดูมีเลเยอร์มาก โดยเฉพาะคนที่ใส่เสื้อสีดำคอปกสีขาว รอยยิ้มของเธอในตอนแรกดูปกติแต่พอมองลึกๆ แล้วน่ากลัวมาก เหมือนเธอรู้ความลับบางอย่างที่คนอื่นไม่รู้ การที่เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์อะไรบางอย่างตอนจบยิ่งทำให้สงสัยว่าเธอกำลังวางแผนอะไรอยู่ การดู คืนชีวา ทำให้รู้ว่าอย่าไว้ใจใครง่ายๆ ในโลกใบนี้
ฉากที่ชายคนป่วยนอนอยู่บนเตียงพร้อมเครื่องวัดชีพจรเป็นฉากที่บีบหัวใจมาก เสียงบี๊บของเครื่องที่ดังเป็นจังหวะทำให้คนดูรู้สึกตื่นเต้นตามไปด้วย การที่กราฟหัวใจเปลี่ยนไปอย่างกะทันหันทำให้รู้ว่าสถานการณ์กำลังวิกฤต การตัดภาพไปยังเมืองยามค่ำคืนและตึกโรงพยาบาลที่ดูโดดเดี่ยวช่วยเสริมบรรยากาศความเหงาและความอันตรายของเรื่อง คืนชีวา ได้ดีมาก