ชอบการจัดแสงใน ให้เสียงเพลงนำทางเธอ มาก ฉากที่มีหลอดไฟห้อยลงมาเหมือนความหวัง แต่พอตัดมาที่ฉากมืดที่มีแค่แสงเทียนกลับสื่อถึงความโดดเดี่ยวได้ดีมาก ตัวละครชายดูอบอุ่นแต่ลึกๆ แล้วกลับมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ ทำให้เราอยากติดตามต่อว่าความจริงคืออะไรกันแน่
ใน ให้เสียงเพลงนำทางเธอ ดนตรีไม่ใช่แค่ประกอบแต่คือตัวละครหลัก เสียงไวโอลินกับเปียโนที่บรรเลงพร้อมกันเหมือนการสนทนาของสองหัวใจที่เข้าใจกันโดยไม่ต้องพูดอะไรเลย ฉากที่นางเอกร้องไห้ขณะฟังเพลงคือโมเมนต์ที่ตราตรึงใจที่สุด ทำให้เรารู้สึกว่าเพลงสามารถรักษาแผลในใจได้จริงๆ
ตัวละครใน ให้เสียงเพลงนำทางเธอ มีมิติมาก โดยเฉพาะนางเอกที่ยิ้มได้ทั้งที่ดวงตาเต็มไปด้วยความเศร้า ฉากที่เธอจับมือผู้ชายแล้วมองเขาด้วยสายตาที่ทั้งรักทั้งเจ็บปวดคือฉากที่ทำให้คนดูอย่างเราจุกอกเลย เรื่องราวความรักที่ซับซ้อนแบบนี้แหละที่ทำให้เราติดหนึบจนดูไม่หยุด
ตอนจบของ ให้เสียงเพลงนำทางเธอ ทำเอาเราอึ้งไปเลย ฉากที่ตัวละครชายมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ทำให้เราสงสัยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ หรือว่าเขากำลังตัดสินใจอะไรบางอย่างที่สำคัญมาก เรื่องราวที่ยังไม่จบแบบนี้ทำให้เราอยากดูตอนต่อไปทันทีเลย
ให้เสียงเพลงนำทางเธอ เป็นเรื่องที่สวยแต่เจ็บมาก ทุกฉากมีการจัดองค์ประกอบที่สมบูรณ์แบบ ตั้งแต่ชุดสีขาวของนางเอกไปจนถึงแสงสีทองที่ส่องลงมา แต่เบื้องหลังความสวยงามนั้นคือความเจ็บปวดที่ตัวละครต้องเผชิญ ทำให้เรารู้สึกว่าความสวยงามมักจะมาพร้อมกับราคาที่ต้องจ่ายเสมอ