ชอบมุมกล้องที่สลับระหว่างความเงียบเหงาของหญิงสาวกับเสียงโห่ร้องของฝูงชนในงานแถลงข่าว มันตัดกันชัดเจนมาก ฉากที่แฟนคลับถือป้ายให้กำลังใจแต่กลับมีบางคนที่มองด้วยสายตาเหยียดหยาม ทำให้เห็นด้านมืดของวงการบันเทิงได้ชัดเจน ตัวละครหญิงในชุดขาวตอนท้ายดูสง่าแต่แฝงความเศร้า เป็นตอนที่ ให้เสียงเพลงนำทางเธอ ทำได้ดีในการสื่ออารมณ์โดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะ แค่สายตาก็บอกทุกอย่างแล้ว
บรรยากาศการนัดพบกลางแจ้งดูผ่อนคลายแต่กลับซ่อนปมดราม่าหนักมาก ชายหนุ่มที่พยายามอธิบายด้วยเอกสารดูเหมือนจะรู้ความลับบางอย่างที่หญิงสาวไม่อยากรับรู้ การที่เธอเลือกจะฉีกภาพทิ้งแต่ยังเก็บเศษไว้แสดงถึงความขัดแย้งในใจที่รุนแรงมาก ฉากนี้ทำให้คิดถึงพล็อตใน ให้เสียงเพลงนำทางเธอ ที่ตัวละครต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่โหดร้าย การตัดต่อที่เน้นมือและสายตาช่วยดึงอารมณ์คนดูได้เป็นอย่างดี
เห็นแล้วรู้สึกสงสารตัวละครหญิงมากที่ต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ การที่เธอพยายามทำตัวเข้มแข็งแต่แววตาบอกความอ่อนล้า มันสะเทือนใจสุดๆ ฉากงานแถลงข่าวที่มีแฟนๆ มาให้กำลังใจแต่กลับมีบางคนที่ดูไม่จริงใจ ทำให้เห็นว่าการเป็นดาราไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เนื้อเรื่องใน ให้เสียงเพลงนำทางเธอ เดินเรื่องได้รวดเร็วและน่าสนใจมาก ทุกฉากมีความหมายและเชื่อมโยงกันอย่างลงตัว
รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างการที่หญิงสาวเก็บเศษรูปไว้ทำให้รู้ว่าเธอ ยังคง รักเขาอยู่ แม้จะพยายามปฏิเสธแค่ไหนก็ตาม การแสดงของนักแสดงนำทั้งสองคนดีมาก โดยเฉพาะสีหน้าที่เปลี่ยนไปมาตามอารมณ์ของเรื่อง ฉากที่เธอเดินเข้าไปในงานแถลงข่าวด้วยชุดขาวดูโดดเด่นและมีความหมายแฝง เป็นตอนที่ ให้เสียงเพลงนำทางเธอ ทำออกมาได้ดีมากในการสื่อถึงความแข็งแกร่งของผู้หญิง
ดูแล้วรู้สึกอินไปกับตัวละครมาก โดยเฉพาะฉากที่หญิงสาวต้องเผชิญหน้ากับความจริงเกี่ยวกับคนที่เธอรัก การที่เธอตัดสินใจฉีกภาพทิ้งแต่ยังเก็บเศษไว้แสดงถึงความไม่แน่นอนในใจ เรื่องราวใน ให้เสียงเพลงนำทางเธอ เต็มไปด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อนและน่าสนใจมาก การแสดงของนักแสดงทุกคนสมจริงและทำให้คนดูรู้สึกเหมือนได้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวนั้นจริงๆ