ตอนแรกนึกว่าจะเป็นการกินข้าวธรรมดาๆ ของครอบครัว แต่พอชายชุดดำโผล่เข้ามาเท่านั้นแหละ อารมณ์ของเรื่องก็เปลี่ยนไปทันที สีหน้าของหญิงสาวชุดขาวที่เปลี่ยนจากยิ้มหวานเป็นตกใจ บวกกับท่าทางมั่นใจเกินร้อยของชายคนใหม่ มันชัดเจนว่าเขามาเพื่อสร้างปัญหาโดยเฉพาะ ฉากนี้ทำเอาคนดูอย่างเราต้องนั่งจ้องจอไม่กระพริบตาเลยจริงๆ เหมือนพล็อตในใจเต้นในช่วงเยาว์ ที่ชอบมีจุดหักมุมแบบนี้
ชอบมากตรงที่ผู้กำกับใช้การพูดคุยบนโต๊ะอาหารในการเล่าเรื่องแทนการกระทำรุนแรง รอยยิ้มของคุณแม่ชุดแดงที่ดูใจดีแต่แฝงความเจ้าเล่ห์ ตัดกับสีหน้าจริงจังของลูกชายที่พยายามปกป้องใครบางคน การเดินออกจากห้องไปคุยกันข้างนอกยิ่งทำให้ความสงสัยพุ่งปรี๊ด ว่าจริงๆ แล้วพวกเขาคุยเรื่องอะไรกันแน่ ดูละครเรื่องนี้แล้วรู้สึกเหมือนได้เล่นเกมจับผิดไปพร้อมกับตัวละครในใจเต้นในช่วงเยาว์ เลยทีเดียว
ไม่ต้องใช้คำพูดเยอะก็สื่ออารมณ์ได้ครบถ้วน แค่จับจ้องไปที่ดวงตาของตัวละครก็รู้ทันทีว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น สายตาของชายหนุ่มชุดน้ำตาลที่มองหญิงสาวชุดขาวด้วยความห่วงใย ตัดกับสายตาท้าทายของชายชุดดำที่เพิ่งเดินเข้ามา มันคือการต่อสู้ทางสายตาที่ดุเดือดมาก ฉากแบบนี้หาชมได้ยากในละครทั่วไป ทำให้ฉันนึกถึงเคมีตัวละครในใจเต้นในช่วงเยาว์ ที่เล่นสายตาได้มีพลังมาก
ช่วงแรกของการกินข้าวดูราบรื่นเกินไปจนน่าสงสัย และแล้วความสงบนั้นก็ถูกทำลายลงเมื่อมีผู้บุกรุกเข้ามาในห้อง การที่ชายชุดดำเดินเข้ามาแล้วยิ้มอย่างท้าทาย มันเหมือนการประกาศสงครามดีๆ นี่เอง หญิงสาวชุดขาวที่พยายามรักษามารยาทแต่สีหน้าเริ่มไม่สู้ดี บ่งบอกว่าเธอรู้ดีว่าชายคนนี้มาเพื่ออะไร บรรยากาศอึดอัดนี้ทำให้ฉันนึกถึงฉากสำคัญในใจเต้นในช่วงเยาว์ ที่ความลับกำลังจะถูกเปิดเผย
ตัวละครคุณแม่ในชุดแดงน่าสนใจมาก ดูภายนอกเหมือนแม่สามีที่ใจดี ยิ้มแย้มแจ่มใสตลอดเวลา แต่ลึกๆ แล้วดูเหมือนเธอจะเป็นคนถือบังเหียนควบคุมสถานการณ์ทั้งหมด การที่เธอลุกขึ้นเดินออกไปกับลูกชายทิ้งให้หญิงสาวอยู่ตามลำพังกับชายแปลกหน้า มันเหมือนการวางแผนอะไรบางอย่างไว้แล้ว บทบาทแบบนี้ทำให้ฉันนึกถึงตัวละครผู้ทรงอิทธิพลในใจเต้นในช่วงเยาว์ ที่มักอยู่เบื้องหลังทุกเหตุการณ์