ต้องยกนิ้วให้บอสสาวในชุดสีม่วงที่เดินเข้ามาแล้วบรรยากาศเปลี่ยนทันที! ความเย็นชาและอำนาจในตัวเธอตัดกับพระเอกที่กำลังมั่วซั่วอยู่หน้าโต๊ะทำงานได้อย่างลงตัว ฉากที่เธอเดินผ่านแล้วพระเอกรีบเก็บของทำตัวไม่ถูกคือจุดพีคสุดๆ ดูแล้วรู้สึกถึงความกดดันแต่ก็ตลกไปในตัว การวางคาแรคเตอร์แบบนี้ทำให้คนดูอยากติดตามต่อว่าเรื่องจะดำเนินไปทางไหน
เปลี่ยนฉากมาที่ห้องอาหารจีนหรูหรา บรรยากาศดูแพงมาก แต่ความตึงเครียดเริ่มมาเยือนเมื่อพระเอกอีกคนในชุดสีเบจเข้าไปคุยกับนางเอกชุดดำ การที่เขาพยายามเข้าไปใกล้ชิดแต่ถูกปฏิเสธอย่างเย็นชา มันทำให้คนดูรู้สึกลุ้นแทนและอยากรู้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาคืออะไรกันแน่ ฉากนี้บอกใบ้ถึงปมดราม่าใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในภายหลัง
ชอบรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในฉากงานเลี้ยงมาก โดยเฉพาะแววตาของนางเอกชุดดำที่แสดงออกถึงความไม่พอใจเมื่อผู้ชายในชุดเบจเข้ามาคุยด้วย มันสื่ออารมณ์ได้ชัดเจนโดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะเลย ในขณะที่พระเอกอีกโต๊ะก็ยังกินดื่มสนุกสนานไม่สนใจโลก ความแตกต่างของอารมณ์ในฉากเดียวกันนี้ทำให้การดำเนินเรื่องใน แต่งเจ้าหญิงนิทรา ไหงเมียเป็นซีอีโอ น่าสนใจขึ้นเยอะเลย
การตัดต่อจากฉากออฟฟิศฮาๆ มาสู่ฉากงานเลี้ยงที่ดูจริงจังและมีความขัดแย้งซ่อนอยู่ทำได้ดีมาก คนดูจะได้เห็นหลายมุมของตัวละคร ทั้งมุมตลกของพระเอกสายเปย์และมุมดราม่าของคู่พระนางหลัก เรื่องราวมันดำเนินไปอย่างรวดเร็วแต่ไม่รู้สึกสับสนเลย ดูจบแล้วอยากกดดูตอนต่อไปทันทีว่าเป็นยังไงต่อ
ฉากเปิดเรื่องในออฟฟิศคือที่สุดของความฮา! พระเอกใส่สูทเท่ๆ แต่กลับแอบกินซาลาเปาและดื่มเหล้าจากถุงพลาสติกที่เขียนว่า 63 องศา ทำเอาเพื่อนร่วมงานอึ้งเป็นไก่ตาแตก การแสดงสีหน้าตอนกลืนเหล้าลงคอแล้วทำท่าเหมือนจะขาดใจมันเรียลมาก ดูแล้วขำจนปวดท้องจริงๆ เป็นฉากที่สร้างสีสันให้เรื่อง แต่งเจ้าหญิงนิทรา ไหงเมียเป็นซีอีโอ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ