เห็นหน้าหนุ่มใส่สูทสีเบจตอนถูกจับได้กินบะหมี่ในเวลางานแล้วขำไม่หยุด สีหน้าที่เปลี่ยนจากสบายใจเป็นตกใจสุดขีดนี่แสดงได้ดีมาก เหมือนชีวิตจริงเวลาโดนหัวหน้าจับได้ทำผิดเล็กๆ น้อยๆ แต่กลับกลายเป็นเรื่องใหญ่ ฉากนี้ทำให้ผมคิดถึงตอนดู แต่งเจ้าหญิงนิทรา ไหงเมียเป็นซีอีโอ ที่มีฉากตลกๆ แบบนี้เหมือนกัน การแสดงของนักแสดงชายคนนี้ทำให้ตัวละครดูมีมิติและน่าติดตาม
ต้องยกนิ้วให้ทีมเครื่องแต่งกายที่เลือกชุดสีม่วงให้ตัวละครหลักได้เหมาะสมมาก ทั้งเสื้อเบลเซอร์ กระโปรงสั้น และเครื่องประดับดอกไม้ที่คอ ดูหรูหราแต่ยังคงความน่าเกรงขามของหัวหน้างาน ทุกครั้งที่เธอเดินผ่านกล้องรู้สึกเหมือนมีแสงส่องมาที่เธอโดยเฉพาะ ฉากนี้ทำให้ผมนึกถึงแฟชั่นในเรื่อง แต่งเจ้าหญิงนิทรา ไหงเมียเป็นซีอีโอ ที่เน้นความสวยงามของชุดทำงานเช่นกัน
ฉากหลังที่เป็นออฟฟิศเปิดโล่งมีพนักงานทำงานจริงๆ ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังแอบมองชีวิตการทำงานของคนอื่น โต๊ะทำงานที่มีคอมพิวเตอร์ หนังสือ และแก้วน้ำวางอยู่ดูเป็นธรรมชาติมาก ไม่เหมือนฉากที่จัดไว้สำหรับถ่ายทำโดยเฉพาะ ความสมจริงนี้ทำให้ผมรู้สึกเหมือนกำลังดูสารคดีมากกว่าซีรีส์ และทำให้ฉากที่หัวหน้าเดินเข้ามาดูตึงเครียดขึ้นไปอีก เหมือนใน แต่งเจ้าหญิงนิทรา ไหงเมียเป็นซีอีโอ ที่มีฉากออฟฟิศสมจริงแบบนี้
สิ่งที่ทำให้ฉากนี้น่าสนใจไม่ใช่แค่ตัวละครหลัก แต่รวมถึงพนักงานคนอื่นๆ ที่แอบมองและแสดงปฏิกิริยาต่างกัน บางคนทำเป็นไม่สนใจ บางคนแอบขำ บางคนดูตกใจแทนเพื่อน ความหลากหลายของปฏิกิริยานี้ทำให้ฉากดูมีชีวิตชีวาและสมจริงมาก เหมือนชีวิตจริงในออฟฟิศเวลาเกิดเรื่องขึ้น ทุกคนจะมีปฏิกิริยาต่างกัน ฉากนี้ทำให้ผมนึกถึงบรรยากาศในเรื่อง แต่งเจ้าหญิงนิทรา ไหงเมียเป็นซีอีโอ ที่มีฉากแบบนี้เหมือนกัน
ฉากเปิดเรื่องในออฟฟิศดูตึงเครียดทันทีที่เธอเดินเข้ามา ชุดสีม่วงตัดกับบรรยากาศทำงานธรรมดาๆ ทำให้เธอโดดเด่นสุดๆ สายตาที่มองพนักงานกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเหมือนจะกินคนเลย ความเย็นชาของเธอทำให้ผมรู้สึกเหมือนกำลังดู แต่งเจ้าหญิงนิทรา ไหงเมียเป็นซีอีโอ ในเวอร์ชันออฟฟิศจริงๆ การแสดงออกทางสีหน้าไม่ต้องพูดเยอะแต่สื่ออารมณ์ได้ครบถ้วนมาก