ชอบโมเมนต์ที่พระเอกจับมือภรรยาแล้วพยายามปลุกอย่างเบามือมาก มันสื่อถึงความรักความผูกพันที่ลึกซึ้งแม้ในยามวิกฤต ฉากที่เขาเอามือไปแตะหน้าผากเพื่อเช็คอุณหภูมิแสดงให้เห็นว่าเขาใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ การแสดงออกทางสีหน้าที่เปลี่ยนจากกังวลเป็นโล่งใจเมื่อเธอขยับตัว ทำให้เรารู้สึกอินไปกับตัวละครมาก ดูในแอปเน็ตชอร์ตแล้วติดหนึบไม่อยากกดข้ามฉากไหนเลย
จุดพีคของเรื่องคงหนีไม่พ้นตอนที่พระเอกหยิบสมุดสีแดงเล่มนั้นขึ้นมา สีหน้าของเขาที่เปลี่ยนไปทันทีที่ทำให้อยากรู้ว่าข้างในเขียนอะไรไว้ มันคือกุญแจสำคัญที่อาจจะไขความลับทั้งหมดของเรื่องนี้ได้ การดำเนินเรื่องใน แต่งเจ้าหญิงนิทรา ไหงเมียเป็นซีอีโอ ทำได้ดีมากที่ค่อยๆ ปูพื้นมาทีละนิดจนมาถึงจุดนี้ คนดูอย่างเราต้องคาดเดาไปต่างๆ นานาว่าสมุดเล่มนี้จะเปลี่ยนชีวิตพวกเขาอย่างไร
ต้องชมทีมโปรดักชั่นที่เนรมิตห้องนอนออกมาได้หรูหราและดูมีระดับมาก เตียงใหญ่โตหมอนลายดอกไม้สวยๆ ตัดกับชุดนอนสีดำของพระเอกที่ดูเรียบแต่เท่ ฉากที่มีคนยืนเรียงแถวอยู่หลังประตูยิ่งเพิ่มความกดดันให้กับสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี แสงสว่างที่ส่องเข้ามาจากหน้าต่างช่วยขับเน้นอารมณ์ของตัวละครได้ชัดเจน ดูแล้วรู้สึกเหมือนเราเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ เลย
ตอนที่นางเอกค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาแล้วทำท่าทางสับสนจับต้นชนปลายไม่ถูก มันทำให้เราสงสารเธอมาก ไม่รู้ว่าเธอหลับไปนานแค่ไหนหรือจำอะไรได้บ้าง การที่เธอลูบหน้าตัวเองแล้วมองไปรอบๆ ห้องแสดงถึงความหวาดกลัวอย่างชัดเจน พระเอกที่พยายามอธิบายด้วยสมุดสีแดงในมือยิ่งทำให้เรื่องราวน่าติดตามขึ้นไปอีก เป็นพล็อตเรื่องใน แต่งเจ้าหญิงนิทรา ไหงเมียเป็นซีอีโอ ที่เล่นกับอารมณ์คนดูได้เก่งมาก
ฉากเปิดเรื่องทำเอาใจสั่นเมื่อพระเอกตื่นมาเจอภรรยาหลับใหลอย่างสวยงาม แต่บรรยากาศกลับตึงเครียดด้วยคนแปลกหน้าที่ยืนจ้องมองอยู่ข้างเตียง การแสดงสีหน้าของนักแสดงนำสื่อถึงความสับสนและความกังวลได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะตอนที่เขาพยายามปลุกเธอแต่ไม่ตอบสนอง ทำให้คนดูอย่างเราต้องลุ้นว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เรื่องราวใน แต่งเจ้าหญิงนิทรา ไหงเมียเป็นซีอีโอ ดึงดูดความสนใจตั้งแต่ต้นจนจบด้วยปมปริศนาที่น่าค้นหา