ดูแล้วรู้สึกจุกอกมากกับพฤติกรรมของชายหนุ่มในเสื้อแจ็คเก็ตสีขาวดำ ที่พยายามจะอธิบายแต่กลับถูกขัดจังหวะตลอดเวลา ความอึดอัดในฉากนี้ถ่ายทอดออกมาได้ดีมากผ่านสีหน้าของทุกคนในโกดัง เราสร้างกรรม เล่นกับอารมณ์คนดูเก่งมาก ตรงที่ให้เราเห็นทั้งสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งร้อนรนอยากช่วยลูก อีกฝั่งหนึ่งดูเหมือนจะถือดีจนลืมไปว่าอะไรสำคัญที่สุด ช็อตสุดท้ายที่โทรศัพท์ดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มของผู้ชายแก่ มันเหมือนแสงสว่างเล็กๆ ในความมืดมิด
ชอบการตัดต่อที่สลับระหว่างความวุ่นวายภายนอกกับความเงียบสงัดในห้องผ่าตัดมาก ภาพเด็กน้อยที่มีท่อช่วยหายใจเสียบอยู่ มันสะเทือนใจจนพูดไม่ออก หญิงชุดดำที่ดูเข้มแข็งข้างนอก แต่พอเห็นภาพลูกในโรงพยาบาล แววตาก็เปลี่ยนไปทันที เราสร้างกรรม บอกเล่าเรื่องราวได้ดีโดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะ แค่ภาพก็บอกทุกอย่างแล้ว ช็อตที่หมอใส่หน้ากากแล้วมองลงมาที่คนไข้ มันทำให้เรารู้สึกถึงความหวังที่ยังเหลืออยู่
ตัวละครหญิงชุดดำน่าสนใจมาก เธอพยายามทำตัวเข้มแข็ง กอดอก ยืนตรง แต่ลึกๆ แล้วเธอกลัวที่สุด กลัวที่จะเสียลูกไป ฉากที่เธอพูดกับชายหนุ่มในเสื้อลาย มันดูเหมือนเธอจะชนะแต่จริงๆ แล้วเธอกำลังแพ้แพ้ให้กับความกลัวของตัวเอง เราสร้างกรรม สร้างตัวละครที่มีมิติมาก ไม่ใช่แค่ตัวร้ายหรือตัวดี แต่เป็นคนธรรมดาที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่ธรรมดา ช็อตที่เธอเอามือแตะอกตัวเอง มันบอกเลยว่าข้างในเธอแตกสลายแค่ไหน
ตอนแรกคิดว่าเรื่องจะจบแบบเศร้าๆ แต่พอเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นพร้อมชื่อพ่อที่ปรากฏบนจอ มันเหมือนทุกอย่างเปลี่ยนไปทันที รอยยิ้มของผู้ชายแก่ที่รับสาย มันทำให้เรารู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันทีว่าเด็กน่าจะปลอดภัย เราสร้างกรรม เก่งมากในการสร้างจุดหักมุมแบบนี้ จากที่ทุกคนเครียดสุดๆ กลับกลายเป็นความโล่งใจในวินาทีสุดท้าย ช็อตที่ภาพเด็กในโรงพยาบาลซ้อนทับกับหน้าหญิงชุดดำ มันสวยงามและมีความหมายมาก
บรรยากาศในโกดังมันอึดอัดมาก ทุกคนยืนเบียดกันแต่ไม่มีใครกล้าขยับ ความตึงเครียดมันลอยออกมาจากจอเลย ชายหนุ่มในเสื้อสีเขียวที่พยายามจะเข้าไปห้ามแต่ก็ถูกผลักออกมา มันแสดงให้เห็นว่าบางครั้งความหวังดีก็ถูกมองข้าม เราสร้างกรรม ใช้พื้นที่แคบๆ สร้างความกดดันได้มหาศาล ช็อตที่ปลาในตู้ปลาว่ายไปมาอย่างสงบ ตัดกับคนที่กำลังทะเลาะกัน มันเป็นการเปรียบเทียบที่ฉลาดมาก