ชอบวิธีเล่าเรื่องที่ตัดสลับระหว่างความโศกเศร้าในบ้านเก่ากับความตึงเครียดในห้องรับแขกสมัยใหม่ หญิงสาวใส่แว่นที่โทรหาชายมีหนวดด้วยสีหน้ากังวล บวกกับฉากชายชราที่ถูกผลักล้ม มันสร้างปมสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เราสร้างกรรม วางพล็อตให้คนดูต้องคาดเดาตลอดเวลา ไม่รู้ใครผิดใครถูกกันแน่
สังเกตไหมว่าตอนที่ชายมีหนวดวางรูปถ่ายลงบนโต๊ะ มือเขาสั่นเล็กน้อย แสดงว่าข้างในเขาไม่สบายใจเท่าที่แสดงออก หรือแม้แต่หญิงสาวที่กัดเล็บตอนคุยโทรศัพท์ มันคือภาษากายที่บอกความเครียดได้ดีมาก เราสร้างกรรม ใส่รายละเอียดพวกนี้มาทำให้ตัวละครดูมีมิติ ไม่ใช่แค่แสดงไปตามบท แต่เหมือนมีชีวิตจริงๆ
ฉากที่โทรศัพท์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัด มันเหมือนระเบิดลงกลางห้อง ชายมีหนวดที่ดูสงบกลับเปลี่ยนสีหน้าทันทีเมื่อเห็นชื่อคนโทรเข้า ส่วนหญิงสาวอีกฝั่งก็แทบจะกรีดร้องผ่านสาย การสื่อสารที่ขาดตอนและความเข้าใจผิดมันคือหัวใจของเรื่องนี้ เราสร้างกรรม เล่นกับประเด็นการสื่อสารในครอบครัวได้เจ็บแสบมาก
บ้านเก่าที่มืดทึบกับแสงสลัวๆ มันช่วยเสริมอารมณ์หดหู่ได้สมบูรณ์แบบ พอตัดมาที่ห้องรับแขกที่สว่างแต่เย็นชา มันยิ่งทำให้รู้สึกโดดเดี่ยว ตัวละครทุกตัวดูเหมือนติดอยู่ในกรงของตัวเอง เราสร้างกรรม สร้างบรรยากาศให้คนดูรู้สึกอึดอัดตามไปด้วย อยากจะตะโกนบอกให้พวกเขาคุยกันดีๆ แต่ก็เป็นไปไม่ได้
มีหลายฉากที่ตัวละครไม่พูดอะไรเลย แต่สายตาและสีหน้าบอกทุกอย่าง เช่นตอนที่ชายชราเงยหน้ามองลูกชายด้วยสายตาที่ผสมผสานระหว่างความรักและความผิดหวัง หรือหญิงสาวที่น้ำตาไหลขณะกดรับสาย เราสร้างกรรม ใช้ภาษากายแทนบทพูดได้ยอดเยี่ยม ทำให้คนดูต้องตีความเอาเองว่าพวกเขากำลังคิดอะไรอยู่