การใช้กระจกสีแดงเป็นอุปกรณ์เล่าเรื่องช่างชาญฉลาดจริงๆ หญิงสาวมองดูตัวเองในกระจกขณะกลืนยาเม็ดเล็กๆ สีหน้าของเธอสะท้อนความสิ้นหวังอย่างชัดเจน กระจกบานนั้นเหมือนเป็นหน้าต่างที่เปิดให้เห็นจิตใจที่แตกสลายของเธอ ฉากนี้ในเราสร้างกรรมทำให้เราตั้งคำถามว่าเธอพยายามจะลืมอะไร หรือกำลังพยายามจะจากลาใครกันแน่ ความเงียบในฉากนี้ดังกว่าเสียงกรีดร้องใดๆ
กล่องสีน้ำเงินที่ถูกโยนลงพื้นอย่างแรงสร้างความตกตะลึงให้คนดูทันที มันไม่ใช่แค่กล่องธรรมดาแต่ดูเหมือนจะบรรจุความลับบางอย่างที่สำคัญมาก หญิงสาวที่ยิ้มอย่างเย็นชาขณะถือกล่องใบนั้นทำให้ขนลุกซู่ ความขัดแย้งระหว่างรอยยิ้มกับการกระทำที่รุนแรงสร้างความรู้สึกอึดอัดอย่างยิ่ง ฉากนี้ในเราสร้างกรรมทำให้เราสงสัยว่าข้างในกล่องนั้นมีอะไร และทำไมมันถึงสำคัญขนาดนั้น
ฉากที่กล้องแพนไปที่เครื่องมือช่างเก่าๆ บนผนังสร้างบรรยากาศที่น่าขนลุก ค้อนและคีมที่แขวนอยู่อย่างเงียบเชียบเหมือนกำลังรอคอยบางสิ่ง หญิงสาวมองไปที่เครื่องมือเหล่านั้นด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ราวกับว่าเครื่องมือเหล่านั้นเคยเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำที่เจ็บปวด ฉากนี้ในเราสร้างกรรมใช้สิ่งของธรรมดาๆ ในการเล่าเรื่องราวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้คนดูต้องจินตนาการว่าเครื่องมือเหล่านี้เคยถูกใช้ทำอะไรในอดีต
ประตูไม้เก่าๆ ที่ถูกปิดล็อกอย่างแน่นหนาเหมือนเป็นสัญลักษณ์ของอดีตที่หญิงสาวพยายามจะปิดกั้น แต่รอยร้าวบนผนังข้างประตูบอกเราว่าไม่มีอะไรสามารถปิดกั้นความทรงจำได้ตลอดไป ฉากนี้ในเราสร้างกรรมสร้างความรู้สึกอึดอัดและกดดันให้คนดู ราวกับว่าเรากำลังเฝ้ามองความลับบางอย่างที่พร้อมจะระเบิดออกมาทุกเมื่อ การออกแบบฉากนี้เรียบง่ายแต่ทรงพลังอย่างยิ่ง
ชายชราที่ถือขวดเครื่องดื่มและหัวเราะอย่างขมขื่นสร้างภาพลักษณ์ที่น่าจดจำมาก รอยยิ้มของเขาไม่ได้แสดงความยินดีแต่กลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ฉากที่เขาอ่านจดหมายด้วยมือที่สั่นเทาทำให้เรารู้สึกถึงความหนักหนาของข้อความนั้น เราสร้างกรรมใช้ตัวละครนี้ในการสื่อถึงความจริงที่ไม่มีใครอยากฟัง แต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับมันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้