ชอบโมเมนต์ที่ชายชุดเหลืองหรือฮ่องเต้ของเราแสดงสีหน้าเย็นชาแต่แฝงความเจ็บปวดไว้ลึกๆ สายตาที่มองไปยังหญิงอุ้มทารกกับแม่ที่ร้องไห้นั้นบอกเล่าเรื่องราวได้มากมายโดยไม่ต้องใช้คำพูด การแสดงของนักแสดงนำชายเรื่องนี้เก่งมาก ทำให้ตัวละครดูมีมิติและน่าค้นหา เป็นอีกจุดที่ทำให้เบบี๋ในท้อง ปากแซ่บไม่หยุด น่าติดตามสุดๆ
ตัวละครหญิงที่อุ้มทารกอยู่ในชุดขาวแดงดูมีความเข้มแข็งแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความกังวล การที่ต้องปกป้องลูกน้อยท่ามกลางความวุ่นวายในวังทำให้คนดูเป็นห่วงสุดๆ ฉากที่เธอกอดลูกแน่นๆ สื่อถึงความรักของแม่ได้ดีมาก เป็นพล็อตเรื่องที่ทำให้เราต้องเอาใจช่วยตัวละครในเบบี๋ในท้อง ปากแซ่บไม่หยุด ตลอดเวลาเลยค่ะ
ฉากที่ชายชุดเกราะชี้หน้าและพูดจาอย่างเดือดดาลใส่ชายชุดเหลืองคือจุดพีคของเรื่องนี้เลย ความขัดแย้งระหว่างอำนาจทหารและราชบัลลังก์ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านภาษากายได้ยอดเยี่ยม เสียงตะโกนและสีหน้าที่เกรี้ยวกราดทำให้บรรยากาศตึงเครียดจนหายใจไม่ออก เป็นฉากที่แสดงถึงดราม่าเข้มข้นในเบบี๋ในท้อง ปากแซ่บไม่หยุด ได้ดีที่สุด
ต้องขอชมทีมคอสตูมของเรื่องนี้จริงๆ ชุดแต่ละตัวมีความละเอียดและสวยงามมาก โดยเฉพาะชุดสีทองของฮ่องเต้และชุดสีฟ้าของนางเอกที่ดูพริ้วไหวเข้ากับตัวละครสุดๆ เครื่องประดับผมและลายปักบนเสื้อผ้าบ่งบอกถึงฐานะและบทบาทได้ชัดเจน การใส่ใจในรายละเอียดแบบนี้ทำให้การดูเบบี๋ในท้อง ปากแซ่บไม่หยุด อรรถรสขึ้นเป็นกอง
ตัวละครหญิงอาวุโสในชุดสีทองที่ดูเป็นผู้ใหญ่ที่สุดคงเป็นพระพันปีหรือผู้มีอำนาจสูงสุดในวัง สายตาที่มองเหตุการณ์ต่างๆ อย่างสงบแต่แฝงความกดดันทำให้รู้สึกได้ว่านางคือผู้อยู่เบื้องหลังทุกอย่าง การแสดงที่นิ่งแต่ทรงพลังทำให้ตัวละครนี้น่าเกรงขามและเป็นจุดสนใจในเบบี๋ในท้อง ปากแซ่บไม่หยุด ไม่แพ้ใคร