โมเมนต์ที่หญิงสาวในชุดขาวพยายามจะห้ามปรามแต่ทำไม่สำเร็จ ช่างสะเทือนใจเหลือเกินในเทพสงครามซ่อนรูป แววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความสงสารผสมปนเปกัน ทำให้เรารู้สึกถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างตัวละคร เครื่องประดับเงินบนศีรษะของเธอสะท้อนแสงแวววาวตัดกับความหม่นหมองของบรรยากาศ สร้างภาพที่สวยงามแต่เจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูก
ชอบจังหวะการตัดสลับระหว่างความตกใจของชาวบ้านกับความนิ่งสงบของตัวเอกในเทพสงครามซ่อนรูป มาก มันสร้างความตึงเครียดที่ค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆ จนมาถึงจุดแตกหักเมื่อชายชุดดำเริ่มแสดงอำนาจบาตรใหญ่ ฉากนี้บอกเล่าเรื่องราวของการกดขี่และการลุกขึ้นสู้ได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะเลย ดนตรีประกอบก็ช่วยดันอารมณ์ได้ถูกจุดมาก
ต้องยอมรับว่าคาแรคเตอร์ตัวร้ายในเทพสงครามซ่อนรูป ออกแบบมาได้โหดและเท่มาก ทรงผมกับต่างหูที่เป็นเอกลักษณ์ บวกกับท่าทางที่ดูถูกเหยียดหยามคนอื่น ทำให้คนดูรู้สึกหมั่นไส้แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีเสน่ห์แบบวายร้าย ฉากที่เขายกมือขึ้นสั่งการหรือชี้หน้าด่าทอ แสดงให้เห็นถึงอำนาจที่เขามีอยู่ในมืออย่างชัดเจน
สิ่งที่ทำให้เทพสงครามซ่อนรูป น่าดูคือรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่นท่าทางของการคุกเข่าที่ดูเจ็บปวดแต่ยังคงศักดิ์ศรี หรือการหยิบจับอาวุธที่แสดงถึงความชำนาญ การแต่งกายของแต่ละตัวละครก็บอกสถานะทางสังคมได้ชัดเจน ฉากหลังที่เป็นสถาปัตยกรรมจีนโบราณช่วยเสริมบรรยากาศให้สมจริงจนเหมือนเราหลุดเข้าไปอยู่ในยุคสมัยนั้นจริงๆ
ไม่ใช่แค่การต่อสู้ด้วยดาบ แต่เทพสงครามซ่อนรูป ยังเน้นการต่อสู้ทางจิตใจด้วย สายตาที่จ้องมองกันของตัวละครหลักกับตัวร้าย มันเหมือนมีประกายไฟแลบออกมาจากดวงตา การที่ตัวเอกยอมก้มหัวในตอนแรกแต่กลับมาทวงคืนความยุติธรรมในภายหลัง เป็นพล็อตที่คลาสสิกแต่ไม่เคยทำให้เบื่อเลยสักนิด