ชอบฉากที่พระเอกกอดสาวหูจิ้งจอกสีขาวตอนพระอาทิตย์ตกดินมาก มันสื่อถึงความรักที่บริสุทธิ์ท่ามกลางความวุ่นวายของโลกเวทมนตร์ การที่ตัวละครแต่ละตัวมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งปีกผีเสื้อสีดำ แสงสีเขียวรักษาแผล หรือดาบไฟสีม่วง ทำให้การติดตามเรื่องราวในเทพกากสยบสาวมาร น่าสนใจขึ้นเรื่อยๆ ทุกฉากมีการออกแบบที่ใส่ใจในรายละเอียดอย่างเห็นได้ชัด
จากฉากโรงเรียนที่ดูธรรมดา สู่การแปลงร่างเป็นนักรบสุดเท่ที่มีปีกและเขา แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของตัวละครได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะฉากที่สาวผมดำใส่แว่นใช้โฮโลแกรมวิเคราะห์สถานการณ์ บวกกับฉากที่สาวปีกผีเสื้อมอบดอกไม้เรืองแสงให้พระเอก ช่างเป็นช่วงเวลาที่อ่อนโยนท่ามกลางบรรยากาศการต่อสู้ เรื่องเทพกากสยบสาวมาร นำเสนอความสมดุลระหว่างความรุนแรงและความโรแมนติกได้ดีมาก
ต้องยอมรับว่างานภาพในเรื่องนี้ทำออกมาได้ยอดเยี่ยมมาก ทั้งฉากปราสาทสีขาวทองที่มีโดมสีทอง ฉากท้องฟ้าที่มีแสงออโรร่าสีสันสดใส ไปจนถึงฉากต่อสู้ที่มีเอฟเฟกต์ไฟและพลังงานสีม่วงหมุนวน ทุกเฟรมดูเหมือนภาพวาดที่เคลื่อนไหวได้ การที่ตัวละครหลักยืนตระหง่านท่ามกลางฝูงชนที่คุกเข่าแสดงความเคารพในเทพกากสยบสาวมาร ทำให้รู้สึกถึงพลังอำนาจที่แท้จริง
ฉากสุดท้ายที่ตัวละครทั้งหมดมายืนกอดกันท่ามกลางท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มีแสงระยิบระยับ ช่างเป็นภาพที่อบอุ่นหัวใจมาก แม้พวกเขาจะมีพลังที่แตกต่างกัน แต่เมื่อรวมกันแล้วกลับสร้างพลังที่ยิ่งใหญ่ การที่พระเอกยืนอยู่ตรงกลางและโอบกอดสาวๆ ทั้งสี่คน แสดงให้เห็นถึงความผูกพันที่แน่นแฟ้น เรื่องเทพกากสยบสาวมาร สอนให้เราเห็นว่าพลังที่แท้จริงมาจากความสามัคคี
แต่ละตัวละครมีการออกแบบที่โดดเด่นและไม่ซ้ำกัน ทั้งสาวผมแดงที่มีเขาและหางมังกร สาวผมขาวที่มีหูจิ้งจอกและหางสีขาว สาวผมดำที่มีปีกผีเสื้อสีแดง และสาวผมดำที่มีปีกนกสีดำ การผสมผสานระหว่างความเซ็กซี่และความแข็งแกร่งทำออกมาได้ดีมาก ฉากที่พวกเขาเดินเคียงข้างพระเอกในเทพกากสยบสาวมาร ทำให้เห็นถึงความหลากหลายที่สวยงาม