บรรยากาศในห้องผ่าตัดตึงเครียดมาก พระเอกยืนนิ่งแต่สายตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่ซ่อนอยู่ ส่วนนางเอกยืนกอดอกทำท่าทางเย็นชาแต่ลึกๆ แล้วเธอคิดอะไรอยู่กันแน่ เรื่อง เกือบเสียเธอไปทั้งชีวิต เล่นกับจิตวิทยาตัวละครได้ดีมากจนเราเดาทางไม่ถูกเลยว่าใครดีใครร้าย
ฉากที่นางเอกอีกคนเดินดูข่าวในมือถือแล้วช็อกหนักมากเมื่อเห็นข่าวแต่งงานของพระเอกกับคนอื่น มันคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้รู้ว่าความเข้าใจผิดอาจทำลายชีวิตคนได้ เรื่อง เกือบเสียเธอไปทั้งชีวิต สร้างปมดราม่าได้เข้มข้นมากจนเราต้องรีบกดดูตอนต่อไปทันที
ชอบการแสดงของพระเอกมากโดยเฉพาะฉากที่ฟื้นขึ้นมาแล้วพยายามโทรหาคนรักด้วยมือที่เปื้อนเลือด แววตาที่สั่นเครือและเต็มไปด้วยความหวาดกลัวว่าสายเกินไปแล้ว มันสื่ออารมณ์ได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเลย เรื่อง เกือบเสียเธอไปทั้งชีวิต ทำให้เรารู้ซึ้งถึงคุณค่าของเวลาที่มีให้กัน
ชุดสีดำของนางเอกในฉากโรงพยาบาลดูเรียบหรูแต่กลับซ่อนความเย็นชาที่น่ากลัว การยืนอยู่ข้างเตียงคนป่วยโดยไม่มีน้ำตาแม้แต่หยดเดียว มันช่างขัดแย้งกับฉากความทรงจำในอดีตอย่างสิ้นเชิง เรื่อง เกือบเสียเธอไปทั้งชีวิต วางคาแรคเตอร์ได้ซับซ้อนจนเราต้องคอยจับผิดทุกการเคลื่อนไหว
ฉากที่พระเอกพยายามกดโทรศัพท์ด้วยนิ้วที่สั่นเทาและเปื้อนเลือดเพื่อติดต่อใครสักคน แต่มันกลับเงียบงัน มันสร้างความรู้สึกสิ้นหวังให้ผู้ชมอย่างมาก เรื่อง เกือบเสียเธอไปทั้งชีวิต ใช้รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างเสียงโทรศัพท์หรือหน้าจอที่แตกร้าวมาดึงอารมณ์คนดูได้เก่งมาก