แค่เห็นฉากในงานเลี้ยงก็รู้แล้วว่าเรื่องไม่ธรรมดา ผู้หญิงในชุดสีม่วงที่ยืนมองด้วยสายตาเย็นชาตัดกับฉากหลังที่เต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ ชัดเจนว่าเป็นตัวแปรสำคัญใน เกือบเสียเธอไปทั้งชีวิต การตัดสลับระหว่างคู่พระนางที่กำลังหนีกับกลุ่มคนที่จ้องมองสร้างความรู้สึกเหมือนเรากำลังแอบดูความลับบางอย่างที่น่าตื่นเต้น
ตัวละครชายในชุดสูทสีขาวที่มีเลือดไหลจากหน้าผากแสดงออกถึงความโกรธแค้นอย่างชัดเจน สีหน้าเกรี้ยวกราดนั้นบอกใบ้ถึงปมขัดแย้งรุนแรงที่เกิดขึ้นก่อนหน้า ฉากนี้ใน เกือบเสียเธอไปทั้งชีวิต ทำให้เราสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมเขาถึงโกรธขนาดนั้น และนางเอกเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ยังไง น่าติดตามสุดๆ
ชอบฉากจบในรถมาก ทั้งคู่ นั่งนิ่งๆ ไม่พูดอะไรแต่สายตาที่มองกันมันบอกอะไรได้มากมาย ความอึดอัดและความรู้สึกที่ยังไม่จบสิ้นทำให้เราอยากดูต่อทันทีว่าพวกเขาจะคุยกันยังไงต่อ เกือบเสียเธอไปทั้งชีวิต เล่นกับอารมณ์คนดูได้เก่งมาก ฉากเงียบๆ แบบนี้กลับทรงพลังกว่าฉากดราม่าเสียงดังอีก
ชุดเดรสของตัวละครแต่ละตัวบอกสถานะและความสัมพันธ์ได้ชัดเจนมาก นางเอกในชุดขาวดูบริสุทธิ์แต่เปราะบาง ส่วนผู้หญิงชุดม่วงดูหรูหราแต่เย็นชา การแต่งกายใน เกือบเสียเธอไปทั้งชีวิต ไม่ได้สวยอย่างเดียวแต่ยังเล่าเรื่องได้ด้วยรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างเครื่องประดับหรือรอยยับบนชุดก็มีความหมายทั้งนั้น
ฉากที่นางเอกมองออกไปนอกหน้าต่างรถตอนกลางคืนแล้วเห็นภาพสะท้อนของพระเอกซ้อนทับกัน เป็นช็อตที่สวยและสื่อความหมายลึกซึ้งมากใน เกือบเสียเธอไปทั้งชีวิต มันเหมือนบอกว่าแม้จะนั่งใกล้กันแต่ระยะห่างในใจยังเยอะ หรืออาจจะหมายถึงอดีตที่ซ้อนทับกับปัจจุบัน ศิลปะการถ่ายทำแบบนี้ทำให้เรื่องดูมีระดับขึ้นทันที