จังหวะที่พระเอกเดินเข้ามาในห้องแล้วเห็นหญิงสาวกำลังอยู่กับเด็กน้อย สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที จากความกังวลกลายเป็นความตกใจและสับสน การจ้องมองกันของทั้งสามคนในห้องนั้นเต็มไปด้วยคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ คนดูอย่างเราๆ ก็อยากรู้เหมือนกันว่าความจริงคืออะไรกันแน่ เรื่องราวใน เกือบเสียเธอไปทั้งชีวิต น่าติดตามมากจนวางไม่ลง
ฉากที่หญิงสาวในชุดขาวรอรถบัสอยู่ป้ายแล้วตัดสินใจขึ้นรถไปนั้น ดูเหมือนจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่อง การที่เธอถือเอกสารบางอย่างติดตัวไปด้วย ทำให้รู้สึกว่าเธอกำลังจะไปที่ไหนสักแห่งเพื่อจัดการกับปัญหาบางอย่าง การตัดสลับระหว่างเธอกับหญิงสาวในชุดสีฟ้าที่วิ่งตามรถบัสมา สร้างความตื่นเต้นได้มากจริงๆ ใน เกือบเสียเธอไปทั้งชีวิต ทุกฉากมีความหมายหมด
การแสดงของนักแสดงในเรื่องนี้ยอดเยี่ยมมาก โดยเฉพาะฉากที่พระเอกมองรูปถ่ายแล้ววางลง สายตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความรักที่ยังไม่จางหาย ในขณะที่หญิงสาวในชุดสีฟ้าก็แสดงออกถึงความเศร้าและความกังวลได้อย่างน่าเชื่อถือ การถ่ายทอดอารมณ์ใน เกือบเสียเธอไปทั้งชีวิต ทำออกมาได้ดีมาก ทำให้คนดูรู้สึกอินไปกับตัวละครทุกตัว
เรื่องราวในเรื่องนี้ดูเหมือนจะเล่นกับประเด็นความขัดแย้งระหว่างอดีตและปัจจุบันได้ดีมาก รูปถ่ายคู่เจ้าสาวที่เป็นอดีต กับสถานการณ์ปัจจุบันที่ทุกคนต้องเผชิญหน้ากับความจริง การที่พระเอกยังเก็บรูปถ่ายนั้นไว้ แสดงว่าเขายังไม่พร้อมที่จะปล่อยวาง เรื่องราวใน เกือบเสียเธอไปทั้งชีวิต ทำให้เราต้องกลับมาคิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของตัวเองด้วย
ฉากในโรงพยาบาลถูกสร้างบรรยากาศออกมาได้ดีมาก ทางเดินที่ยาวและเงียบเหงา ทำให้รู้สึกถึงความโดดเดี่ยวของพระเอกขณะที่เขากำลังเดินไปหาความจริง การที่เขาเปิดประตูห้องแล้วเห็นภาพตรงหน้า ช่างเป็นจังหวะที่สร้างความตื่นเต้นได้มากจริงๆ ใน เกือบเสียเธอไปทั้งชีวิต ทุกฉากถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นอารมณ์คนดูโดยเฉพาะ