ชอบมากที่เกือบเสียเธอไปทั้งชีวิต เลือกใช้พร็อพเป็นสร้อยคอเล็กๆ แต่มีความหมายยิ่งใหญ่ต่อเนื้อเรื่อง ฉากที่พระเอกหยิบสร้อยขึ้นมาดูแล้วมองหน้านางเอกด้วยสายตาซับซ้อน บอกเลยว่ากินใจมาก การตัดสลับระหว่างความทรงจำกับปัจจุบันทำให้เรื่องราวมีมิติ ไม่ดูแบนราบ ใครที่ชอบแนวรักดราม่าที่มีปมซ่อนอยู่ ต้องไม่พลาดเรื่องนี้เด็ดขาด
ฉากอาหารเช้าในเกือบเสียเธอไปทั้งชีวิต คือสนามรบที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นแต่สัมผัสได้ถึงความตึงเครียด นางเอกชุดเทาพยายามแสดงความเป็นเจ้าของแต่พระเอกกลับเพิกเฉย ทำเอาคนดูอย่างเราจิกหมอนรอจังหวะระเบิดอารมณ์ การเดินเข้ามาของนางเอกชุดขาวพร้อมรอยยิ้มบางๆ ยิ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นไปอีก ช่างเป็นฉากที่เล่นกับจิตวิทยาคนดูได้ดีมาก
ฉากออฟฟิศในเกือบเสียเธอไปทั้งชีวิต ทำเอาคนดูเขินจนต้องปิดหน้า เมื่อพระเอกในชุดสูทดูภูมิฐานแต่กลับแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน การผลักนางเอกให้พิงโต๊ะแล้วจ้องตาเขม็ง คือโมเมนต์ที่ไฟลุกโชนมาก แม้จะไม่มีคำพูดเยอะแต่ภาษากายบอกทุกอย่างว่าเขารักเธอแค่ไหน ใครที่ชอบฉากจิกหมอนแบบนี้ ต้องรีบไปดูเลย
ดูเกือบเสียเธอไปทั้งชีวิต แล้วรู้สึกเลยว่าคนเขียนบทเก่งมากในการปูปม ตัวละครนางเอกชุดเทาที่ดูเหมือนผู้ร้ายแต่จริงๆ แล้วอาจจะมีเหตุผลของตัวเอง ส่วนนางเอกชุดขาวที่ดูใสซื่อแต่ก็มีความลับซ่อนอยู่ พระเอกที่ดูเย็นชาแต่ข้างในร้อนระอุ ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนแบบนี้ทำให้เราต้องติดตามทุกตอนเพื่อหาคำตอบว่าใครคือคนรักตัวจริง
ต้องชมทีมคอสตูมของเกือบเสียเธอไปทั้งชีวิต ที่ใช้เสื้อผ้าบอกสถานะตัวละครได้ชัดเจน นางเอกชุดขาวที่ดูบริสุทธิ์ สบายๆ ตัดกับนางเอกชุดเทาที่ดูทางการและมีความเป็นทางการมากขึ้น ส่วนพระเอกที่เปลี่ยนจากชุดนอนสีดำมาเป็นสูททำงาน แสดงถึงการเปลี่ยนโหมดจากชีวิตส่วนตัวสู่ชีวิตการทำงาน รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ทำให้เรื่องดูมีคุณภาพมาก