สงสารพี่ชายคนโตจริงๆ ที่ต้องมายืนคั่นกลางระหว่างแม่กับน้องสะใภ้ สีหน้ากังวลและพยายามจะห้ามปรามแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนมองสถานการณ์เลวร้ายตรงหน้า ฉากนี้ใน ลมโรยรักเก่า ปลิวสู่ทรวงอ๋อง บอกเล่าความลำบากใจของผู้ชายที่ต้องเลือกระหว่างแม่กับเมียได้ชัดเจนมาก แววตาที่สับสนและปากที่ขยับจะพูดแต่ก็หยุดไว้ แสดงให้เห็นถึงความกดดันในครอบครัวขุนนางได้ดีเยี่ยม
ต้องชื่นชมคอสตูมในเรื่อง ลมโรยรักเก่า ปลิวสู่ทรวงอ๋อง มาก ชุดสีเขียวมรกตปักลายดอกไม้ของแม่ท่านดูหรูหราและทรงพลัง ตัดกับชุดสีฟ้าอ่อนของลูกสะใภ้ที่ดูเรียบง่ายแต่สง่างาม การเลือกสีเสื้อผ้าช่วยส่งเสริมบุคลิกตัวละครได้เป็นอย่างดี ฉากด่าทอกันท่ามกลางความสวยงามของเครื่องแต่งกายยิ่งทำให้ความขัดแย้งดูรุนแรงและน่าติดตามมากขึ้นเป็นเท่าตัว
ชอบฉากที่ลูกสะใภ้ยืนนิ่งๆ ไม่โต้ตอบกลับในขณะที่แม่สามีกำลังอาละวาด ความเงียบของเธอใน ลมโรยรักเก่า ปลิวสู่ทรวงอ๋อง กลับส่งพลังมหาศาลกว่าการตะโกนด่ากลับเสียอีก มันแสดงให้เห็นถึงความอดทนและความมั่นใจในตัวเองว่าไม่จำเป็นต้องลดตัวลงไปทะเลาะด้วย แววตาที่มองตรงไปข้างหน้าโดยไม่หวั่นไหว ทำให้คนดูเอาใจช่วยเธออย่างเต็มที่ว่าเธอจะผ่านวิกฤตนี้ไปได้ยังไง
ดูแล้วติดหนึบมากสำหรับ ลมโรยรักเก่า ปลิวสู่ทรวงอ๋อง ฉากดราม่าในครอบครัวนี้เขียนบทมาได้ดีมาก มีการปูปมความขัดแย้งมาอย่างยาวนานจนระเบิดออกมาในฉากนี้ คนดูจะรู้สึกอินไปกับทุกตัวละคร ไม่ว่าจะเป็นแม่ที่หวังดีแต่ใช้วิธีผิด ลูกชายที่อ่อนแอ หรือลูกสะใภ้ที่ต้องต่อสู้เพียงลำพัง ทุกอารมณ์ถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบผ่านหน้าจอ
ฉากที่แม่ท่านร้องไห้และพยายามจะเข้าไปกอดลูกชาย เป็นฉากที่สะเทือนใจที่สุดใน ลมโรยรักเก่า ปลิวสู่ทรวงอ๋อง เลยก็ว่าได้ แม้ก่อนหน้านี้จะดูเข้มแข็งและดุร้ายแค่ไหน แต่พอเห็นน้ำตาของแม่เท่านั้นแหละ คนดูก็ใจอ่อนทันที มันแสดงให้เห็นว่าเบื้องหลังความดุร้ายนั้นคือความรักและความห่วงใยที่มากเกินไปจนกลายเป็นการทำร้ายลูกโดยไม่รู้ตัว