ดูแล้วรู้สึกเหมือนนั่งดูเกมหมากรุกที่มีชีวิต ชิงไหวชิงพริบกันทุกฝีก้าว โดยเฉพาะฉากที่นางเอกชุดชมพูถูกกดดันจนต้องคุกเข่า แต่สุดท้ายก็พลิกสถานการณ์ได้ด้วยการยื่นฎีกา ความเก่งกาจของตัวละครหญิงในเรื่อง ระบบอ่อย ปลุกเสน่ห์องค์หญิง นั้นน่าทึ่งมาก ไม่ใช่แค่สวยแต่สมองเป็นเลิศ ฉากที่ฮ่องเต้หญิงอ่านฎีกาแล้วเปลี่ยนสีหน้าบอกเลยว่าพล็อตเรื่องเดินเร็วมาก ไม่มีความน่าเบื่อแม้แต่ฉากเดียว
ต้องยอมรับว่างานภาพในเรื่องนี้สวยทุกเฟรม โดยเฉพาะชุดเครื่องแต่งกายขององค์หญิงต่างๆ ที่ละเอียดวิจิตรมาก แต่สิ่งที่ชอบที่สุดคือคาแรคเตอร์ของชายหนุ่มหูแมวที่ดูเย็นชาแต่กลับมีมุมอ่อนโยน ฉากที่เขาจ้องมององค์หญิงแดงแล้วมีค่าความหึงพุ่งขึ้นมานั้นน่ารักมาก ใน ระบบอ่อย ปลุกเสน่ห์องค์หญิง ความสัมพันธ์ของตัวละครมีความซับซ้อนน่าสนใจ ไม่ใช่แค่รักสามเส้าธรรมดา แต่มีเดิมพันด้วยอำนาจและชีวิต
ตอนแรกนึกว่าจะเป็นเรื่องแย่งชิงความรักธรรมดา แต่พอเห็นฉากทหารค้นคลังสมบัติและฉากการต่อสู้ทางการเมืองจึงรู้ว่าเรื่องนี้ลึกซึ้งกว่าที่คิด ฉากที่องค์หญิงแดงเสกเวทมนตร์ด้วยเลือดนั้นพีคมาก ทำให้รู้ว่าเธอมีพลังพิเศษซ่อนอยู่ การดำเนินเรื่องใน ระบบอ่อย ปลุกเสน่ห์องค์หญิง เร้าใจมาก ทุกฉากมีความหมายและเชื่อมโยงกัน คนดูต้องตั้งใจดูไม่งั้นจะพลาดรายละเอียดสำคัญๆ ไปแน่นอน
ดูเรื่องนี้แล้วอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ตามตัวละครมาก โดยเฉพาะฉากที่นางเอกชุดชมพูถูกกลั่นแกล้งแล้วต้องก้มหน้ารับชะตากรรม แต่สุดท้ายก็ฮึดสู้ได้สำเร็จ ความแข็งแกร่งของผู้หญิงในเรื่อง ระบบอ่อย ปลุกเสน่ห์องค์หญิง นั้นเป็นแรงบันดาลใจให้คนดูมาก ฉากจบที่องค์หญิงแดงยิ้มมุมปากบอกเลยว่ายังมีเกมต่อไปอีกแน่นอน ใครที่ชอบแนววังหลวงชิงไหวชิงพริบต้องไม่พลาดเรื่องนี้จริงๆ
ฉากเปิดเรื่องช่างอลังการด้วยขบวนทหารแบกหีบสมบัติ แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาที่สุดคือปฏิกิริยาขององค์หญิงชุดแดงที่ดูเหมือนจะรู้ทันเกมทั้งหมด การที่เธอใช้เลือดปลุกพลังจี้สีน้ำเงินใน ระบบอ่อย ปลุกเสน่ห์องค์หญิง ทำให้คนดูต้องอ้าปากค้าง ความตึงเครียดระหว่างนางเอกชุดชมพูกับองค์หญิงแดงนั้นชัดเจนมาก แค่แววตาก็บอกแล้วว่าใครคือตัวจริงในเรื่องนี้ ฉากดราม่าในห้องโถงทำเอาใจสั่นตามไปด้วย