ชอบฉากที่ฝนตกแล้วชายชุดดำกางร่มให้หญิงสาวมาก มันสื่อถึงความพยายามปกป้องแต่ก็ไม่สามารถกันความเจ็บปวดได้ ดอกไม้สีขาวเหลืองในมือเธอช่างเข้ากับบรรยากาศงานไว้อาลัย หรืออาจจะเป็นสัญลักษณ์ของความรักที่บริสุทธิ์แต่ต้องจบลง การที่ชายอีกคนในเสื้อโค้ทสีน้ำตาลยืนมองอยู่ไกลๆ ยิ่งทำให้รู้ว่าความสัมพันธ์นี้ซับซ้อนแค่ไหน ดูแล้วจุกอกมากจริงๆ
พล็อตเรื่องในรักที่ไปไม่ถึง น่าสนใจตรงที่การเล่นกับเวลาและความทรงจำ ฉากที่ชายชุดดำดึงหญิงสาวไว้กลางถนนเหมือนเขาพยายามหยุดเวลาไม่ให้เธอจากไป แต่ความจริงคือเขาหยุดอะไรไม่ได้เลย นอกจากความเจ็บปวดของตัวเอง การตัดสลับระหว่างฉากฝนตกกับฉากปัจจุบันทำให้เห็นพัฒนาการของตัวละครชัดเจน ว่าทำไมเขาถึงยังยึดติดกับเธอขนาดนี้
สังเกตไหมว่าตอนชายชุดดำจับแขนหญิงสาว มือเขาสั่นเล็กน้อย แสดงให้เห็นว่าเขาก็กลัวเหมือนกัน กลัวว่าจะสูญเสียเธอไปอีกครั้ง แม้ภายนอกจะดูเข้มแข็งแต่ภายในเปราะบางมาก ส่วนหญิงสาวเองก็พยายามทำตัวแข็งกร้าวแต่สายตาสะท้อนความรู้สึกจริงๆ ของเธอ ฉากแบบนี้แหละที่ทำให้รักที่ไปไม่ถึง ไม่ใช่แค่ละครน้ำเน่าแต่เป็นศิลปะการเล่าเรื่องผ่านภาษากาย
ดูจบแล้วรู้สึกว่างเปล่าแต่ก็สวยงามในแบบของมัน ความรักบางคู่ไม่ได้ต้องการจุดจบแบบมีความสุข เสมอไป บางครั้งการได้ยืนอยู่ด้วยกันใต้ร่มคันเดิมในสายฝน ก็เป็นความทรงจำที่ดีที่สุดแล้ว แม้จะต้องแยกทางกันในอนาคต ฉากสุดท้ายที่ชายชุดน้ำตาลยืนมองพวกเขาจากไกลๆ เหมือนเป็นการยอมรับชะตากรรมว่าบางคนเกิดมาเพื่อแค่ผ่านชีวิตกันและกันเท่านั้น
ฉากเปิดเรื่องด้วยหญิงสาวในชุดขาวถือช่อดอกไม้ยืนรอไฟเขียว ช่างเป็นภาพที่ดูเหงาจับใจ แต่เมื่อชายชุดดำเข้ามาดึงเธอไว้ ความตึงเครียดก็พุ่งพล่านทันที สายตาที่มองกันเต็มไปด้วยเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ เหมือนความรักที่ไปไม่ถึงในรักที่ไปไม่ถึง ที่แม้จะยืนใกล้กันแค่ไหน แต่ใจกลับห่างไกลกันคนละโลก การแสดงสีหน้าของทั้งคู่บอกเล่าความเจ็บปวดได้ดีมากโดยไม่ต้องใช้คำพูด