ชอบดีไซน์ฉากที่มีนาฬิกาทรายยักษ์ลอยอยู่เหนือเมืองมาก มันสื่อถึงเวลาที่กำลังจะหมดลงหรือชะตากรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ได้ดีมาก แสงสีฟ้าที่ส่องลงมาทำให้บรรยากาศดูขลังและลึกลับ เป็นฉากที่สร้างความตื่นเต้นและตั้งคำถามว่าเรื่องราวต่อไปจะเป็นอย่างไรใน ยิ่งโดนเกลียด ยิ่งเทพ
ตัวละครผมแดงที่ปรากฏตัวพร้อมดาบเพลิงช่างดูโดดเด่นและทรงพลังมาก ท่าทางที่มุ่งมั่นพร้อมสู้ทำให้รู้สึกฮึกเหิมตามไปด้วย ฉากนี้ดูเหมือนจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทุกคนต้องรวมพลังกัน การออกแบบชุดเกราะสีแดงตัดกับพื้นหลังที่มืดมิดทำให้ภาพดูสวยงามและน่าจดจำใน ยิ่งโดนเกลียด ยิ่งเทพ
กำลังอินกับดราม่าหนักๆ อยู่ดีๆ ก็ตัดมาฉากขาวที่มีหมูออมสินลอยได้ ทำเอาอึ้งไปเลย! แต่พอมองดีๆ มันกลับดูน่ารักและมีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่ เหมือนเป็นตัวแทนของความหวังหรือรางวัลบางอย่าง การเปลี่ยนโทนภาพจากมืดมาสว่างช่วยเบรกอารมณ์คนดูได้ดีมากใน ยิ่งโดนเกลียด ยิ่งเทพ
ชอบมุมกล้องที่ซูมเข้าไปที่ดวงตาของเธอตอนตัดสินใจมาก มันสื่อถึงความเด็ดเดี่ยวและความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายในได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเลย น้ำตาที่ไหลออกมาแต่แววตากลับแข็งกร้าว แสดงให้เห็นว่าเธอพร้อมจะเผชิญหน้ากับทุกอย่างแล้ว ฉากนี้แสดงฝีมือการแสดงผ่านภาพได้ยอดเยี่ยมใน ยิ่งโดนเกลียด ยิ่งเทพ
ฉากที่เข่าลงโอบกอดเธอท่ามกลางซากปรักหักพังช่างโรแมนติกและเศร้าในเวลาเดียวกัน เสื้อคลุมสีขาวของเขาเปรียบเสมือนแสงสว่างเดียวในความมืดมิด เป็นโมเมนต์ที่แสดงให้เห็นว่าไม่ว่าโลกจะพังทลายแค่ไหน ความรักยังคงอยู่ เป็นฉากที่เรียกน้ำตาและทำให้ใจพองโตได้ในเวลาเดียวกันใน ยิ่งโดนเกลียด ยิ่งเทพ