การเปลี่ยนฉากจากดราม่าความรักมาสู่เวทีคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ทำให้รู้สึกตื่นตาตื่นใจมาก นางเอกในชุดเครื่องแบบสีดำ นั่งอยู่บนเก้าอี้ทองคำเหมือนราชินีที่กำลังทอดพระเนตรการแสดง แสงสีเสียงจัดเต็มมาก คนดูถือป้ายไฟเชียร์กันสุดเหวี่ยง บรรยากาศแบบนี้หาชมได้ยากจริงๆ ใน ยิ่งโดนเกลียด ยิ่งเทพ ฉากนี้แสดงให้เห็นถึงอำนาจและบารมีของนางเอกได้อย่างชัดเจนที่สุด
ชอบมากที่ผู้สร้างใส่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างการเปลี่ยนสีตาของนางเอกจากสีม่วงเป็นสีเทา มันสื่อถึงการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์หรือสถานะบางอย่างได้อย่างลึกซึ้งโดยไม่ต้องใช้คำพูดเลยแม้แต่คำเดียว สายตาที่ว่างเปล่าตอนนั่งดูคอนเสิร์ตกับตอนที่มีชีวิตชีวาตอนถือเหรียญทองช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว ยิ่งโดนเกลียด ยิ่งเทพ เล่นกับอารมณ์คนดูผ่านสายตาตัวละครได้เก่งมาก
ไม่คิดว่าจะมีฉากชิบิ น่ารักๆ แบบนี้แทรกเข้ามาได้ทันใจมาก ตัวละครผมชมพูที่โกรธจนหน้าบึ้งตึงกับนางเอกที่หัวเราะร่าถือเหรียญทอง ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลงได้เยอะ แถมยังมีฉากตัวละครถูกแขวนคอแบบตลกๆ อีกต่างหาก ความตลกแบบนี้ช่วยเบรกดราม่าได้ดีมาก ใน ยิ่งโดนเกลียด ยิ่งเทพ มีครบทุกรสชาติจริงๆ ทั้งซึ้ง ทั้งตลก ทั้งตื่นเต้น
เจ้าหมูน้อยโพลีกอนสีฟ้าที่ปรากฏตัวขึ้นบนราวระเบียงช่างน่าสงสัยเหลือเกิน มันคือสัตว์เลี้ยงเวทมนตร์หรือสัญลักษณ์บางอย่างกันแน่? การที่นางเอกยื่นมือไปสัมผัสแล้วเกิดแสงสว่างวาบขึ้น แสดงให้เห็นว่าเธอมีพลังพิเศษบางอย่างซ่อนอยู่ ฉากนี้ใน ยิ่งโดนเกลียด ยิ่งเทพ ทำให้เราต้องตั้งคำถามว่าจริงๆ แล้วตัวตนที่แท้จริงของนางเอกคืออะไรกันแน่
ฉากที่ตัวละครหลักทั้งสี่คนยืนเรียงแถวกันบนพื้นหลังเช็กเกอร์บอร์ดกับแสงเลเซอร์สีม่วงดูเท่มาก แต่ละคนมีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจนมาก ทั้งชุดดำสุดดุดัน ชุดทหารสีขาวสุดสง่า และชุดแดงสุดเซ็กซี่ การรวมตัวกันครั้งนี้ดูเหมือนจะเตรียมพร้อมสำหรับศึกใหญ่บางอย่าง ใน ยิ่งโดนเกลียด ยิ่งเทพ ทีมงานนี้ดูแข็งแกร่งและน่าเกรงขามมาก