ชอบมากตรงที่เรื่อง ยิ่งโดนเกลียด ยิ่งเทพ ไม่รีบร้อนที่จะเข้าสู่การต่อสู้ แต่ค่อยๆ สร้างบรรยากาศความกดดันผ่านการรอคอยและการจับคู่ ฉากที่ตัวละครชายผมเงินเดินเข้ามาพร้อมเอกสารทำให้รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น การออกแบบเครื่องแต่งกายที่ดูหรูหราแต่ยังคงความเข้มขลังของสถาบันเวทมนตร์ทำได้ดีมากจนอยากให้มีภาคต่อ
แม้จะเพิ่งเห็นฉากแรกแต่เคมีระหว่างตัวละครในเรื่อง ยิ่งโดนเกลียด ยิ่งเทพ นั้นชัดเจนมาก โดยเฉพาะปฏิกิริยาระหว่างหญิงผมดำกับชายชุดดำที่ดูเหมือนจะมีความสัมพันธ์พิเศษบางอย่าง ฉากชิบิ ที่น่ารักตัดกับความจริงจังของเนื้อเรื่องหลักทำให้คนดูได้พักสายตาแต่ยังคงอารมณ์ของเรื่องไว้ได้อย่างชาญฉลาด การเล่าเรื่องแบบนี้ทำให้คนดูอยากติดตามต่อทันที
ต้องยอมรับว่างานสร้างในเรื่อง ยิ่งโดนเกลียด ยิ่งเทพ นั้นละเอียดมาก ตั้งแต่สถาปัตยกรรมแบบโกธิคที่ผสมผสานกับหน้าจอโฮโลแกรม ไปจนถึงพื้นหินอ่อนที่สะท้อนแสงอย่างสวยงาม ทุกเฟรมดูเหมือนภาพวาดที่เคลื่อนไหวได้ การที่ตัวละครต้องผ่านการลงทะเบียนและจับคู่ทำให้รู้สึกเหมือนเป็นระบบจริงในโลกเวทมนตร์ ไม่ใช่แค่เรื่องแฟนตาซีทั่วไป
สิ่งที่ทำให้ ยิ่งโดนเกลียด ยิ่งเทพ น่าสนใจคือการใส่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่บอกเล่าเรื่องราวใหญ่ๆ เช่น เอกสารที่ตัวละครถืออยู่ หรือป้ายชื่อทีมที่แสดงระดับความสามารถ การที่ตัวละครบางตัวมีปฏิกิริยาแปลกๆ เมื่อเห็นทีมอื่นทำให้คนดูเริ่มสงสัยว่ามีอะไรซ่อนอยู่เบื้องหลังการจับคู่นี้บ้าง การเล่าเรื่องแบบนี้ทำให้คนดูต้องตั้งใจดูทุกฉาก
ฉากเดียวในเรื่อง ยิ่งโดนเกลียด ยิ่งเทพ สามารถสื่ออารมณ์ได้หลายอย่างพร้อมกัน ทั้งความตื่นเต้นของการจับคู่ ความกังวลของตัวละครระดับต่ำ ความมั่นใจของตัวละครระดับสูง และความลึกลับของตัวละครบางตัว การที่ผู้กำกับใช้มุมกล้องและแสงเงาช่วยเสริมอารมณ์ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์จริงๆ ไม่ใช่แค่ดูอยู่ห่างๆ