ต้องยกนิ้วให้ทีมออกแบบตัวละครงู เกล็ดสีดำตัดกับสีทองและเขียวสะท้อนแสงดูมีมิติมาก ยิ่งตอนที่มันแลบลิ้นสีม่วงออกมาแล้วยังมีเครื่องประดับไฮเทคคาดลำตัว ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ความอันตรายผสมเทคโนโลยี ฉากที่มันสลัดเกล็ดให้ทหารดูยิ่งใหญ่มาก เหมือนใน (พากย์เสียง) งูขยะ เปิดโหมดเทพ ที่เน้นความสวยงามของสัตว์อสูรแบบนี้ คนชอบแฟนตาซีต้องหลงรักแน่นอน
ชอบตรงที่เรื่องไม่ได้มีแค่ฉากต่อสู้ แต่ลงลึกถึงเหตุผลว่าทำไมงูต้องเร่งพัฒนาตัวเองจนผิดปกติ การที่มันบอกว่าอยู่คนเดียวไม่ได้ถ้ามนุษย์สูญพันธุ์ ทำให้เห็นมุมมองใหม่ ๆ ของสัตว์อสูรที่มีอารมณ์ความรู้สึก ทหารเองก็ดูมีปมที่ต้องรับผิดชอบอนาคตของมนุษยชาติ ดูแล้วอินมากกับ (พากย์เสียง) งูขยะ เปิดโหมดเทพ ที่เล่าเรื่องผ่านบทสนทนาที่คมคาย
ตอนแรกนึกว่าจะสู้กันแหลก แต่กลับกลายเป็นการเจรจาแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ที่ทั้งคู่ต้องพึ่งพากัน ฉากที่งูยื่นข้อเสนอขอเกล็ดและเลือดเพื่อวิจัยต่อยอด ทำให้เห็นว่ามันฉลาดและมีแผนการชัดเจน ทหารเองก็ดูจะยอมรับข้อเสนอแม้จะไม่เต็มใจ บรรยากาศในเรื่อง (พากย์เสียง) งูขยะ เปิดโหมดเทพ เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนที่ทำให้เราต้องลุ้นตลอดเวลา
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้พิเศษคือความสัมพันธ์ที่ไม่ได้ดำหรือขาว ทหารกับงูต่างมีเป้าหมายที่ขัดแย้งแต่ก็ต้องร่วมมือกัน ฉากที่ผู้หญิงเข้ามาห้ามทหารทำร้ายงูยิ่งเพิ่มมิติให้เรื่องว่ามนุษย์บางคนก็เข้าใจสัตว์อสูร ดูแล้วรู้สึกเหมือนกำลังดู (พากย์เสียง) งูขยะ เปิดโหมดเทพ ที่สะท้อนปัญหาความขัดแย้งและการอยู่ร่วมกันได้อย่างลึกซึ้ง
ฉากเปิดเรื่องทำเอาขนลุกเลย เมื่อทหารยศสูงต้องมาเจรจาต่อรองกับงูยักษ์ที่พูดได้ ความตึงเครียดระหว่างมนุษย์กับสัตว์ประหลาดถูกถ่ายทอดออกมาได้ดีมาก โดยเฉพาะตอนที่งูเสนอแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อเอาชีวิตรอด ดูเหมือนเรื่อง (พากย์เสียง) งูขยะ เปิดโหมดเทพ จะเล่นกับประเด็นความอยู่รอดได้เข้มข้นมาก การแสดงสีหน้าของตัวละครทหารสื่อถึงความลังเลและความกดดันได้ชัดเจน