ฉากที่งูขาวพูดได้กับสาวน้อยในโดมแก้วช่างสวยงามและลึกลับมาก มันเหมือนโลกอีกใบที่ซ่อนอยู่ใต้ความวุ่นวายของสงคราม การที่งูบอกว่ามนุษย์เป็นเพื่อนแต่ก็หิวโหยจนต้องกินเนื้อสัตว์ประหลาด มันสะท้อนธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตได้ดีมาก ดูแล้วรู้สึกทั้งสงสารและตื่นเต้นไปพร้อมกัน โดยเฉพาะตอนที่รถบรรทุกเทซากสัตว์ออกมา คือฉากที่จำไม่ลืมเลยจริงๆ ใน (พากย์เสียง) งูขยะ เปิดโหมดเทพ
การตัดฉากจากห้องประชุมเย็นชาไปยังโดมเขียวขจีที่มีงูพูดได้คือการเล่นกับอารมณ์คนดูได้ดีมาก ฝั่งหนึ่งสั่งการด้วยเหตุผล อีกฝั่งหนึ่งอยู่ด้วยความรู้สึกและสัญชาตญาณ มันทำให้เราตั้งคำถามว่าใครกันแน่ที่กำลังควบคุมสถานการณ์จริงๆ ดูแล้วรู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าไปในโลกคู่ขนาน ที่ซึ่ง (พากย์เสียง) งูขยะ เปิดโหมดเทพ อาจเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนสมดุลของพลังทั้งหมด
ตอนที่งูบอกว่าหิวแล้วสาวน้อยจัดอาหารให้ คือฉากที่ทั้งน่ารักและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน แต่พอเห็นกองซากสัตว์ที่ถูกเทลงมา ก็รู้ว่าความหิวของงูอาจไม่ใช่เรื่องเล่นๆ มันทำให้คิดถึงมนุษย์ที่สั่งการฆ่าโดยไม่รู้สึกอะไรเลย เรื่องนี้เล่นกับเส้นแบ่งระหว่างผู้ล่าและผู้ถูกล่าได้ดีมาก โดยเฉพาะใน (พากย์เสียง) งูขยะ เปิดโหมดเทพ ที่ทำให้เราไม่แน่ใจว่าใครกันแน่ที่เป็นปีศาจจริงๆ
ชอบมากตอนที่ดวงตางูเปลี่ยนจากดุร้ายเป็นมีดาวระยิบระยับ มันเหมือนการเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงว่าไม่ได้ร้ายกาจอย่างที่คิด แค่ต้องการความเข้าใจและอาหารดีๆ สักมื้อ ฉากนี้ทำให้รู้สึกอบอุ่นใจหลังจากดูฉากเครียดๆ มาทั้งเรื่อง แถมยังทำให้อยากติดตามต่อว่า (พากย์เสียง) งูขยะ เปิดโหมดเทพ จะพัฒนาความสัมพันธ์กับมนุษย์ไปทางไหนต่อ เป็นตอนที่ดูแล้วยิ้มได้จริงๆ
ฉากประชุมทหารดูเท่แต่แฝงความกดดันสูงมาก โดยเฉพาะตอนที่ผู้บัญชาการสั่งปิดข่าวแบบเด็ดขาด ทำให้รู้ว่าเบื้องหลังชัยชนะอาจมีศพกองเต็มป่า เรื่องนี้เล่นกับความรู้สึกผิดชอบชั่วดีได้ดีมาก ดูแล้วขนลุกจนต้องกดหยุดพักหายใจ แถมยังเชื่อมโยงไปยัง (พากย์เสียง) งูขยะ เปิดโหมดเทพ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ ว่าความลับบางอย่างอาจถูกซ่อนไว้ในร่างสัตว์ประหลาดก็ได้