สิ่งที่ชอบที่สุดใน ปรมาจารย์เชฟแห่งต้าชาง คือการตัดภาพมาที่สีหน้าของคนที่มาดูการแข่งขัน ตั้งแต่ท่านผู้เฒ่าที่ถือลูกประคำสีหน้าเคร่งขรึม ไปจนถึงสาวๆ ที่ทำท่าทางตกใจและลุ้นจนตัวเกร็ง การแสดงออกทางสีหน้าของตัวละครประกอบเหล่านี้ช่วยส่งอารมณ์ให้ฉากดวลฝีมือระหว่างสองเชฟดูเข้มข้นขึ้นเป็นเท่าตัว ทำให้เรารู้สึกเหมือนยืนอยู่ตรงนั้นจริงๆ และอยากเอาใจช่วยคนที่เรารู้สึกชอบสุดๆ ไปเลย
ต้องยกนิ้วให้ทีมเครื่องแต่งกายและฉากใน ปรมาจารย์เชฟแห่งต้าชาง เลย ชุดจีนโบราณที่ตัวละครใส่ดูวิจิตรบรรจงมาก โดยเฉพาะชุดสีดำปักลายทองของชายหนุ่มผู้ลึกลับ และชุดสีขาวขนฟูของหญิงสาวที่ดูสูงศักดิ์ ฉากหลังเป็นลานวัดเก่าแก่ที่มีโคมไฟสีแดงห้อยอยู่ ช่วยสร้างบรรยากาศยุคเก่าได้สมบูรณ์แบบมาก การจัดองค์ประกอบภาพแต่ละช็อตดูสวยงามเหมือนภาพวาดจีนโบราณที่เคลื่อนไหวได้
ฉากที่แป้งถูกเหวี่ยงขึ้นไปบนอากาศแล้วหมุนวนเป็นรูปหยินหยางก่อนจะตกลงมาบนเขียงใน ปรมาจารย์เชฟแห่งต้าชาง คือจุดพีคที่แท้จริง! การใช้คอมพิวเตอร์กราฟิก หรือเทคนิคพิเศษตรงนี้ออกมาดูเนียนตาและไม่เกินจริงจนเกินไป มันทำให้การนวดแป้งดูเป็นการร่ายรำที่อ่อนช้อยแต่แฝงไปด้วยพลังอำนาจ การที่ตัวละครสามารถควบคุมทิศทางของแป้งได้ด้วยลมปราณ แสดงให้เห็นถึงระดับฝีมือที่แตกต่างจากคนธรรมดาอย่างชัดเจน
ตอนแรกนึกว่า ปรมาจารย์เชฟแห่งต้าชาง จะจบแบบใครแพ้ใครชนะชัดเจน แต่กลับกลายเป็นว่าทั้งคู่ต่างโชว์ฝีมือออกมาได้อย่างน่าทึ่ง คนหนึ่งใช้พลังควบคุมแป้งให้ลอยได้ อีกคนใช้ทักษะการนวดที่รวดเร็วและแม่นยำ การที่เรื่องราวดำเนินมาถึงจุดนี้ทำให้คนดูเริ่มสงสัยแล้วว่าใครจะเป็นผู้ชนะจริงๆ หรืออาจจะจบแบบเสมอ? ความไม่แน่นอนนี้แหละที่ทำให้เราต้องรอดูตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ
ตัวละครหญิงในเรื่อง ปรมาจารย์เชฟแห่งต้าชาง ไม่ได้มีไว้แค่เป็นดอกไม้ประดับเท่านั้นนะ แต่ละคนมีบุคลิกที่ชัดเจนมาก ทั้งหญิงสาวในชุดขาวที่ดูสงบเสงี่ยมแต่แววตาแฝงความมุ่งมั่น หรือหญิงสาวในชุดสีฟ้าที่ดูเฉียบคมและมีความรู้เรื่องการทำอาหารเป็นอย่างดี การที่พวกเธอแสดงออกถึงความสนใจและเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้ตัวละครเหล่านี้มีมิติและน่าสนใจไม่น้อยไปกว่าตัวละครชายเลย