ตัวละครป้าที่เดินถือถังน้ำเข้ามาดูมีบทบาทสำคัญมาก แววตาและการวางตัวดูไม่เหมือนคนทำความสะอาดทั่วไป แต่เหมือนคนที่ถือกุญแจสำคัญของเรื่องนี้เลย การที่ทุกคนหยุดมองป้าคนนั้นแสดงว่าเธอมีอิทธิพลต่อสถานการณ์มาก ตัดใจปุ๊บ ชีวิตพุ่งปั๊บ เล่นกับความรู้สึกคนดูได้ดีมาก ทำให้เราสงสัยว่าป้าคนนี้จะทำอะไรต่อไป
การออกแบบเครื่องแต่งกายในเรื่องนี้ละเอียดมาก ชุดขาวดำดูเท่และลึกลับ ส่วนชุดแดงขาวดูร้อนแรงและดุดัน สีของชุดสื่อถึงบุคลิกของตัวละครได้ชัดเจนโดยไม่ต้องพูดอะไรเลย ฉากที่ทุกคนมายืนเรียงแถวหน้ารถสปอร์ตภายใต้แสงไฟจัดๆ มันเหมือนฉากเตรียมตัวก่อนสงครามดีๆ นี่เอง ดูในเน็ตชอร์ตแล้วติดหนึบมาก
จู่ๆ ก็มีรถสามล้อพ่วงข้างขับเข้ามาในสนามแข่งหรูๆ มันขัดแย้งกันมากแต่ก็ทำให้เรื่องน่าสนใจขึ้นทันที คนขับสามล้อดูมีท่าทางมั่นใจมาก ไม่กลัวพวกนักแข่งชุดสวยๆ เลย ฉากนี้ในตัดใจปุ๊บ ชีวิตพุ่งปั๊บ คงจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่องแน่ๆ อยากดูต่อว่าสามล้อคันนี้จะเกี่ยวข้องกับปมดรามายังไง
แม้ตัวละครหลักจะใส่หมวกกันน็อคปิดหน้า แต่เรายังพอเดาอารมณ์ได้จากสายตาและการขยับตัวเล็กน้อย ผู้กำกับเก็บรายละเอียดตรงนี้ได้ดีมาก ทำให้เรารู้สึกถึงความกดดันที่ตัวละครกำลังเผชิญ ฉากที่เขามองไปที่ถังน้ำแล้วก้มหน้าลง มันสื่อถึงความหนักใจได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเลย ดูแล้วอินมาก
การที่มีเด็กผู้ชายมายืนอยู่ท่ามกลางผู้ใหญ่ที่แต่งตัวจัดเต็มแบบนี้ มันสร้างความรู้สึกแปลกแยกแต่ก็น่าสงสารมาก เด็กคนนี้อาจจะเป็นลูกของใครสักคนในกลุ่มนี้ หรืออาจจะเกี่ยวข้องกับปมดราม่าใหญ่ของเรื่อง ตัดใจปุ๊บ ชีวิตพุ่งปั๊บ มักจะมีประเด็นครอบครัวแฝงอยู่เสมอ ทำให้เรื่องมีมิติมากขึ้นไม่ใช่แค่การแข่งรถ