
ฉากเปิดเรื่องในสวาทเรือนร้าง นั้นช่างน่าตื่นเต้นมาก การต่อสู้ด้วยท่อเหล็กท่ามกลางกองไฟทำให้รู้สึกถึงความอันตรายและสิ้นหวัง พระเอกแสดงออกถึงความโกรธแค้นได้ชัดเจนมากจนคนดูต้องกลั้นหายใจตามทุกช็อต
ตัวร้ายในเรื่องนี้ดูโหดและดุมาก การถือท่อเหล็กจะฟาดพระเอกท่ามกลางกองไฟทำให้รู้สึกถึงความอันตรายจริงๆ โชคดีที่พระเอกของเราเก่งมากจนสามารถจัดการสถานการณ์ในสวาทเรือนร้าง ได้ทันเวลา
หลังจากผ่านเหตุการณ์ร้ายแรงมาทั้งคู่ก็ยังมีรอยยิ้มให้กันได้ในห้องโรงพยาบาล ฉากที่นางเอกยิ้มทั้งน้ำตาแล้วจับมือพระเอกคือโมเมนต์ที่เยียวยาใจมาก สวาทเรือนร้าง สอนให้รู้ว่ารักแท้ชนะทุกอย่าง
การเปลี่ยนฉากจากนรกสู่ห้องโรงพยาบาลทำให้รู้สึกโล่งใจมาก นางเอกเฝ้าพระเอกด้วยความเป็นห่วง ส่วนพระเอกก็พยายามปลอบใจแม้ตัวเองจะเจ็บ การจับมือกันสื่อความหมายได้ลึกซึ้งกว่าคำพูดใดๆ ในสวาทเรือนร้าง
แม้จะอยู่ในสถานการณ์หนีไฟแต่ฉากอุ้มนางเอกของพระเอกก็ยังดูโรแมนติกมาก ท่าทางที่ทะนุถนอมและสายตาคู่นั้นทำให้คนดูใจละลาย สวาทเรือนร้าง รู้ใจคนดูมากที่ใส่ฉากแบบนี้มาท่ามกลางความตื่นเต้น
แม้เรื่องจะเริ่มต้นด้วยความรุนแรงและการต่อสู้ แต่ตอนจบในห้องโรงพยาบาลกลับให้ความรู้สึกที่มีความหวัง แสงแดดที่ส่องผ่านม่านเข้ามาในห้องทำให้รู้สึกถึงการเริ่มต้นใหม่ในสวาทเรือนร้าง อย่างแท้จริง
นักแสดงนำแสดงอารมณ์ได้ยอดเยี่ยมมาก โดยเฉพาะฉากที่พระเอกตะโกนลั่นโกดัง และฉากที่นางเอกร้องไห้บนเตียงคนไข้ ทุกสีหน้าท่าทางดูสมจริงจนคนดูอินไปกับเรื่องราวของสวาทเรือนร้าง อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ฉากเพลิงไหม้ในสวาทเรือนร้าง ทำออกมาได้ยิ่งใหญ่และน่ากลัวมาก แสงไฟที่ส่องสว่างท่ามกลางความมืดสร้างบรรยากาศที่ตึงเครียดได้ดี ยิ่งตอนตึกถล่มลงมาคือแทบจะกระโดดออกจากจอเลย
ตอนที่พระเอกอุ้มนางเอกออกจากกองไฟคือฉากที่ซึ้งที่สุดเรื่องหนึ่งเลย ความห่วงใยที่ส่งผ่านสายตาแม้ในสถานการณ์วิกฤตทำให้รู้ว่ารักของพวกเขามันยิ่งใหญ่แค่ไหน สวาทเรือนร้าง สร้างโมเมนต์นี้ได้ดีมากจนน้ำตาไหล
ฉากที่พระเอกฟื้นขึ้นมาแล้วเห็นนางเอกนอนเฝ้าอยู่ข้างเตียงคือฉากที่อบอุ่นหัวใจมาก การพูดคุยกันเบาๆ และการจับมือกันแสดงถึงความรักที่มั่นคงของทั้งคู่ในสวาทเรือนร้าง อย่างชัดเจน


รีวิวตอนนี้