
ฉากที่พระเอกชุดสูทเดินฝ่าสายฝนเข้ามาแล้วทำให้คนร้ายคุกเข่าด้วยความกลัวมันช่างน่าทึ่งมาก ไม่ใช่แค่กำลังกายแต่ดูเหมือนจะมีพลังบางอย่างควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมด การที่เขายกตัวคนร้ายขึ้นด้วยมือเดียวแสดงถึงพละกำลังที่มหาศาล เป็นฉากแอ็คชั่นที่ดูแล้วสะใจสุดๆ ใน สัมผัสยื้อชะตา
การใช้แสงใน สัมผัสยื้อชะตา เรื่องนี้ทำออกมาได้ยอดเยี่ยมมาก แสงไฟดวงเดียวที่ส่องลงมาบนตัวเอกที่ถูกมัดสร้างความโดดเดี่ยวและความสิ้นหวังได้อย่างชัดเจน พอพระเอกปรากฏตัวก็มีแสงสว่างและสายฝนเข้ามาช่วยเปลี่ยนอารมณ์ฉากได้ทันที การถ่ายภาพแบบนี้ทำให้คนดูอินกับเรื่องราวมาก
ฉากที่พระเอกชุดสูทจัดการกับคนร้ายผมบลอนด์นั้นรวดเร็วมาก แค่จับคอแล้วยกขึ้นแล้วฟาดลงไปกองกับพื้นแบบไม่เยิ่นเย้อ มันแสดงถึงความมืออาชีพและความโกรธแค้นที่มีต่อคนที่ทำร้ายคนรัก การที่ลูกน้องวิ่งเข้ามาแล้วถูกจัดการต่อแสดงให้เห็นว่าพระเอกคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ
นักแสดงทุกคนทำบทบาทได้ยอดเยี่ยมมาก โดยเฉพาะพระเอกชุดสูทที่แสดงทั้งความดุดันเวลาต่อสู้และความอ่อนโยนเวลาอยู่กับคนรักได้ธรรมชาติมาก ตัวร้ายก็แสดงถึงความโหดร้ายได้อย่างน่าเชื่อถือ ทำให้คนดูรู้สึกเกลียดได้จริงๆ การแสดงระดับนี้หาได้ยากในซีรีส์สั้นทั่วไป
ตอนจบที่คนร้ายถูกจับกุมและพระเอกได้กอดคนรักไว้แน่นพร้อมรักษาแผลให้ มันคือบทสรุปที่สมบูรณ์แบบมาก ทั้งความสะใจที่ได้เห็นคนชั่วได้รับโทษและความอบอุ่นที่ได้เห็นความรักชนะทุกสิ่ง สัมผัสยื้อชะตา เรื่องนี้ให้ทั้งความตื่นเต้นและความซึ้งกินใจในเวลาเดียวกัน
บรรยากาศในโกดังมืดทึบกับแสงไฟดวงเดียวทำให้รู้สึกอึดอัดตั้งแต่เริ่มเรื่อง การที่ตัวเอกถูกมัดไว้กับเสาคอนกรีตในขณะที่คนร้ายถือไม้เบสบอลขึ้นสูงสร้างความตึงเครียดได้ยอดเยี่ยมมาก เหมือนเรากำลังนั่งดู สัมผัสยื้อชะตา แบบติดขอบจอจริงๆ ฉากนี้บิ้วท์อารมณ์คนดูได้สุดยอด
หลังจากจัดการคนร้ายเสร็จ พระเอกวิ่งเข้าไปกอดตัวเอกที่ถูกมัดไว้ทันที มันคือฉากที่ซึ้งกินใจมาก แสงสีทองที่เปล่งออกมาจากมือตอนรักษาแผลมันสวยงามและสื่อถึงความหวังได้ดีสุดๆ การปลอบประโลมกันท่ามกลางความมืดมิดทำให้รู้ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ความรักจะชนะเสมอ
ชอบมากตรงที่กล้องจับไปที่มือของพระเอกที่มีน้ำหยดลงมาและกำแน่น มันสื่อถึงความโกรธที่อัดอั้นไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ก่อนจะระเบิดออกมาในฉากต่อมา การแสดงสีหน้าของตัวร้ายที่เปลี่ยนจากความมั่นใจเป็นความหวาดกลัวสุดขีดทำออกมาได้เนียนมาก ดูแล้วรู้สึกลุ้นตามทุกจังหวะ
ตัวละครผมบลอนด์ที่ถือมีดเข้ามาข่มขู่ทำเอาใจหายวาบ แววตาที่เย็นชาและการกระทำที่ไร้ความปรานีแสดงให้เห็นถึงด้านมืดของมนุษย์ได้อย่างชัดเจน แต่พอพระเอกชุดสูทปรากฏตัวขึ้นมากับสายฝนและแสงสว่าง มันคือโมเมนต์ที่เปลี่ยนเกมทั้งหมดอย่างแท้จริง ดูแล้วขนลุกซู่ไปทั้งตัว
มองตาพระเอกตอนวิ่งเข้าไปหาตัวเอกที่ถูกทำร้ายก็รู้ว่าเขารักแค่ไหน ความห่วงใยที่แสดงออกผ่านการกอดและการรักษาแผลด้วยพลังแสงสีทองมันช่างโรแมนติกและน่าอิจฉาจริงๆ ฉากนี้ทำให้รู้ว่าไม่ว่าจะเจออุปสรรคแค่ไหน เขาจะไม่มีวันทิ้งกันแน่นอน ดูแล้วใจพองโตมาก


รีวิวตอนนี้