
การเปลี่ยนแปลงของนางเอกจากเด็กสาวธรรมดาไปสู่ผู้มีพลังวิเศษ แล้วกลับมาเป็นมนุษย์ธรรมดาอีกครั้ง คือการเดินทางที่น่าสนใจมาก ในศิษย์น้องจอมเขมือบ สอนให้เราเห็นว่าความสุขที่แท้จริงคืออะไร
ตอนแรกนึกว่าจะจบแบบโศกนาฏกรรม แต่กลับกลายเป็นเรื่องราวมิตรภาพและการเริ่มต้นใหม่ การที่ศิษย์น้องจอมเขมือบ เลือกที่จะใช้ชีวิตเรียบง่ายแทนการเป็นเทพเจ้า คือบทเรียนชีวิตที่ลึกซึ้งมาก ดูแล้วรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาทันที
ฉากเปิดเรื่องคือที่สุดของความอลังการ! การต่อสู้ระหว่างอาจารย์แก่กับศิษย์น้องสาวที่มีพลังแฝงเร้นทำเอาใจเต้นรัว การเปลี่ยนจากฉากดราม่าเลือดสาดมาเป็นฉากกินข้าวในศิษย์น้องจอมเขมือบ ช่างตัดอารมณ์ได้ดีเหลือเกิน ดูแล้วทั้งตื่นเต้นและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน
การจบเรื่องด้วยการที่ทุกคนมานั่งกินข้าวด้วยกัน คือฉากจบที่สมบูรณ์แบบที่สุด ไม่ต้องมีอะไรยิ่งใหญ่ แค่มีเพื่อนและอาหารดีๆ ก็เพียงพอแล้ว ศิษย์น้องจอมเขมือบ สอนให้เราเห็นคุณค่าของสิ่งเล็กๆ ในชีวิต
ใครจะคิดว่าฉากกินข้าวในเรื่องแฟนตาซีจะดูน่ากินขนาดนี้! อาหารทุกจานในศิษย์น้องจอมเขมือบ ดูแล้วอยากสั่งมากินทันที โดยเฉพาะฉากที่ทุกคนนั่งกินด้วยกัน คือภาพแห่งความสุขที่แท้จริง
ใครจะไปคิดว่าฉากต่อสู้ดุเดือดจะจบลงด้วยลูกแมววิเศษขโมยไก่กิน! ฉากนี้ในศิษย์น้องจอมเขมือบ คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้คนดูยิ้มได้หลังจากเครียดมาทั้งเรื่อง ความน่ารักของเจ้าตัวน้อยทำให้ลืมความโหดร้ายของสงครามไปได้เลย
เรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่หนังแฟนตาซีธรรมดา แต่ซ่อนแง่คิดเกี่ยวกับการให้อภัยและการเริ่มต้นใหม่ไว้ลึกๆ การที่ศิษย์น้องจอมเขมือบ เลือกที่จะไม่แก้แค้น แต่เลือกที่จะสร้างชีวิตใหม่ คือข้อความที่ทรงพลังมาก
เอฟเฟกต์แสงสีและพลังเวทมนตร์ในเรื่องนี้ทำออกมาได้สมจริงมาก โดยเฉพาะฉากที่นางเอกปล่อยพลังใส่อาจารย์แก่ คือเห็นภาพชัดทุกเม็ด การต่อสู้ในศิษย์น้องจอมเขมือบ ไม่ใช่แค่การต่อสู้ร่างกาย แต่เป็นการต่อสู้ของจิตใจด้วย
ความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับลูกศิษย์ในเรื่องนี้มีความลึกซึ้งมาก ไม่ใช่แค่การสอนวิชาแต่เป็นการส่งต่อจิตวิญญาณ ฉากที่อาจารย์ยอมสละตัวเองเพื่อศิษย์ในศิษย์น้องจอมเขมือบ ทำเอาคนดูน้ำตาซึมกันทั้งจอ
เพลงประกอบในเรื่องนี้ช่วยเสริมอารมณ์ได้เป็นอย่างดี ทั้งฉากต่อสู้ที่เร้าใจและฉากซึ้งที่ทำเอาใจละลาย ดนตรีในศิษย์น้องจอมเขมือบ คือส่วนสำคัญที่ทำให้เรื่องนี้น่าจดจำ


รีวิวตอนนี้