
แม้จะเป็นแอนิเมชันแต่การแสดงสีหน้าของตัวละครในเรื่องรสรักกลิ่นน้ำตา สมจริงมาก โดยเฉพาะชายหัวองุ่นที่แสดงอารมณ์จากความโกรธ ความเศร้า และความสิ้นหวังได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้คนดูรู้สึกอินไปกับตัวละครมาก
ภาพสุดท้ายที่คู่รักใหม่เดินจับมือกันออกไปสู่แสงสว่าง ในขณะที่ชายหัวองุ่นนอนตายอยู่เบื้องหลังช่างเป็นภาพที่ตัดกันมาก ความสุขของหนึ่งคนต้องแลกกับความทุกข์ของอีกคน รสรักกลิ่นน้ำตา ตอนจบทำให้เราคิดมากเลยว่าในชีวิตจริงความรักมักจะไม่ได้สวยงามเสมอไป
จังหวะที่เจ้าบ่าววิ่งเข้ามาช่วยช่างฮีโร่สุดๆ ใบหน้าเรียบนิ่งแต่แฝงความมุ่งมั่น เขาเข้ามาแย่งเจ้าสาวจากอ้อมกอดของชายหัวองุ่นได้อย่างแนบเนียน ฉากนี้ในรสรักกลิ่นน้ำตา ทำให้คนดูเอาใจช่วยเจ้าบ่าวมากเลย เขาไม่ได้ใช้ความรุนแรงแต่ใช้ความรักดึงเจ้าสาวกลับมา มันคือชัยชนะของความรักที่แท้จริง
เรื่องราวในรสรักกลิ่นน้ำตา สอนเราว่าความรักที่ไม่สมหวังไม่ควรใช้ความรุนแรงหรือบังคับอีกฝ่าย ชายหัวองุ่นเลือกทางผิดโดยการพยายามยึดเจ้าสาวไว้ สุดท้ายก็ต้องสูญเสียเธอไปตลอดกาล นี่คือบทเรียนสำคัญสำหรับทุกคนที่รักใครสักคน
ฉากที่ชายหัวองุ่นร้องไห้เป็นเลือดแล้วดื่มยาพิษช่างสะเทือนใจมาก เลือดที่ไหลออกมาเหมือนน้ำองุ่นที่ถูกบีบคั้นจนแตกสลาย การที่เขาเลือกจบชีวิตตัวเองต่อหน้าคู่รักใหม่แสดงถึงความเจ็บปวดที่ทนไม่ไหว รสรักกลิ่นน้ำตา ตอนนี้อาจจะดูรุนแรงไปหน่อยแต่ก็สื่ออารมณ์ได้ลึกซึ้งมากจริงๆ
สถานที่จัดงานแต่งงานในเรื่องรสรักกลิ่นน้ำตา สวยงามมาก ผนังสีม่วงเงางามเหมือนคริสตัล มองออกไปเห็นวิวทะเลและท้องฟ้าสีฟ้าสดใส ฉากนี้ทำให้เรื่องดูหรูหราและโรแมนติกมาก แม้จะเป็นฉากเศร้าแต่ก็สวยงามจนลืมไม่ลง
แม้ชายหัวองุ่นจะรักเธอมากแค่ไหน แต่การกระทำที่ก้าวร้าวและพยายามบังคับเธอทำให้เธอต้องหนีไปหาเจ้าบ่าวที่รักเธออย่างเข้าใจ ฉากที่เธอเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองชายหัวองุ่นที่นอนกองกับพื้นแสดงให้เห็นว่าเธอตัดสินใจถูกแล้ว รสรักกลิ่นน้ำตา สอนเราว่าความรักที่แท้จริงต้องไม่มีการบังคับ
การที่ตัวละครมีหัวเป็นผลไม้ต่างๆ เป็นไอเดียที่แปลกใหม่มาก ชายหัวองุ่นสีม่วงเข้มสื่อถึงความลึกลับและเศร้า ส่วนเจ้าสาวหัวสีทองสื่อถึงความสดใสและมีความสุข การออกแบบในรสรักกลิ่นน้ำตา ทำให้เรื่องราวธรรมดาๆ กลายเป็นเรื่องแฟนตาซีที่น่าสนใจมาก
แม้จะไม่มีเสียงพูดแต่ดนตรีประกอบในเรื่องรสรักกลิ่นน้ำตา ช่วยสื่ออารมณ์ได้เป็นอย่างดี ช่วงที่ชายหัวองุ่นโศกเศร้าดนตรีก็เศร้าตาม ช่วงที่เจ้าบ่าวมาช่วยดนตรีก็ตื่นเต้นขึ้น การใช้ดนตรีแทนคำพูดทำให้เรื่องนี้มีเสน่ห์มาก
ฉากเปิดเรื่องทำเอาใจสั่นเมื่อชายหัวองุ่นพยายามยื้อยุดเจ้าสาวอย่างบ้าคลั่ง ความเจ็บปวดในแววตาสีม่วงของเขาสื่อออกมาได้ชัดเจนมาก แม้จะไม่มีคำพูดแต่เรารู้สึกได้ถึงความสิ้นหวัง การปรากฏตัวของเจ้าบ่าวในชุดขาวตัดกับชุดดำของเขาช่างเจ็บปวดเหลือเกิน เรื่องราวในรสรักกลิ่นน้ำตา ช่วงนี้ทำให้เห็นเลยว่าความรักที่ไม่สมหวังมันทรมานแค่ไหน


รีวิวตอนนี้