
ต้องยกนิ้วให้ทีมซีจีไอในปรัมปราเจ้าหญิง ที่สร้างสัตว์อสูรสีดำตัวนี้ออกมาได้สมจริงและน่ากลัวมาก ขนสีดำที่ดูเหมือนจะทำจากเงามืดกับแสงสีเขียวที่วิ่งไปมาทำให้มันดูไม่ใช่สัตว์ธรรมดา ฉากที่มันเดินย่ำลงบนพื้นหินแล้วกรงเล็บเรืองแสงขึ้นมา ช่างเป็นภาพที่ตราตรึงใจและทำให้รู้ว่านี่คือคู่หูที่สมบูรณ์แบบสำหรับตัวร้ายในเรื่อง
ดูแล้วจุกอกมากกับฉากในปรัมปราเจ้าหญิง ที่นางเอกถูกพลังเวทมนตร์ฟาดจนกระเด็นไปกองกับกองหิน เลือดที่ไหลออกจากมุมปากของเธอทำให้คนดูรู้สึกเจ็บปวดแทนจริงๆ สีหน้าเจ็บปวดแต่ยังพยายามสู้ต่อของเธอแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งภายในใจ แม้ร่างกายจะบอบช้ำแค่ไหนก็ตาม ฉากนี้เรียกน้ำตาและความสงสารได้เยอะมาก
รายละเอียดเล็กๆ ที่ทำให้ปรัมปราเจ้าหญิง น่าสนใจคือรอยแผลเป็นรูปตัววายบนหน้าอกของนางเอก มันดูเหมือนจะเป็นสัญลักษณ์บางอย่างที่เกี่ยวข้องกับพลังหรือคำสาปของเธอ ตอนที่รอยแผลนั้นเรืองแสงสีส้มขึ้นมาก่อนที่เธอจะใช้พลัง มันสื่อให้เห็นว่าเธอต้องแลกอะไรบางอย่างกับการต่อสู้ครั้งนี้ ช่างเป็นดีเทลที่ซ่อนปมดราม่าไว้ได้ดีมาก
ฉากหลังในปรัมปราเจ้าหญิง ทำออกมาได้ดีมาก ปราสาทหินสีเทาที่ดูเก่าแก่กับบันไดสูงชันและคบไฟที่ลุกโชนท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บ ช่วยสร้างบรรยากาศที่กดดันและอึดอัดให้กับคนดูได้เป็นอย่างดี ทุกครั้งที่ตัวละครเดินผ่านเสาหินสูงๆ มันยิ่งทำให้รู้สึกถึงความโดดเดี่ยวและอันตรายที่รออยู่ข้างหน้า ช่างเป็นสถานที่ที่เหมาะกับเรื่องราวแฟนตาซีมืดๆ แบบนี้
ตัวละครชายในปรัมปราเจ้าหญิง นี่ดูจะไร้ความปรานีจริงๆ ฉากที่เขาหัวเราะอย่างบ้าคลั่งขณะขี่สัตว์อสูรออกมาแสดงให้เห็นถึงความวิปริตในจิตใจของเขา การที่เขาใช้พลังดำดึงนางเอกเข้ามาหาอย่างไม่ไยดี แสดงให้เห็นว่าเขามองเธอเป็นแค่เหยื่อเท่านั้น สีหน้าภายใต้หน้ากากที่ดูเย็นชาแต่แฝงความโกรธแค้นทำให้ตัวละครนี้น่ากลัวมาก
นักแสดงนำหญิงในปรัมปราเจ้าหญิง แสดงได้น่าประทับใจมาก โดยเฉพาะฉากที่เธอถูกทำร้ายจนล้มลงกับพื้น สีหน้าเจ็บปวด ร้องไห้ และพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นสู้ มันสื่ออารมณ์ออกมาได้ชัดเจนโดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะเลย ดวงตาที่เต็มไปด้วยความกลัวแต่ยังมีความมุ่งมั่นทำให้คนดูเอาใจช่วยเธอแทบทุกวินาทีที่เธอปรากฏบนจอ
ตอนจบของปรัมปราเจ้าหญิง ในคลิปนี้ทำออกมาได้หักมุมมาก ตอนที่คิดว่านางเอกจะแพ้แต่กลับมีพลังเวทมนตร์สีทองพุ่งออกมาต้านทานพลังดำของชายหน้ากากได้ มันทำให้คนดูต้องลุ้นต่อว่าสุดท้ายแล้วใครจะเป็นผู้ชนะ การที่ฉากจบด้วยแสงสว่างจ้าและวงกลมเวทมนตร์ ทำให้รู้ว่าเรื่องราวคงยังไม่จบง่ายๆ แน่นอน ต้องรอดูตอนต่อไปจริงๆ
ฉากเปิดเรื่องในปรัมปราเจ้าหญิง ทำเอาขนลุกซู่ทันทีที่ชายสวมหน้ากากเหล็กขี่สัตว์อสูรสีดำทะมึนออกมา แสงสีเขียวที่วิ่งตามขนของมันช่างดูน่าเกรงขามและอันตรายสุดๆ บรรยากาศวังเวงของปราสาทหินกับหิมะเบื้องหลังยิ่งขับเน้นความดาร์กของตัวละครนี้ได้สมบูรณ์แบบ ใครที่เห็นแววตาเขียวเรืองรองภายใต้หน้ากากคงรู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน
ดูแล้วต้องร้องว้าวกับฉากต่อสู้ในปรัมปราเจ้าหญิง ที่นางเอกพยายามใช้พลังไฟสีทองต่อสู้กับชายหน้ากาก แต่ดูเหมือนว่าพลังของฝ่ายตรงข้ามจะเหนือกว่ามาก ฉากที่โซ่สีดำพุ่งออกมาทำร้ายนางเอกจนล้มลงกับพื้นช่างดูเจ็บปวดและบีบหัวใจคนดูจริงๆ การออกแบบเอฟเฟกต์เวทมนตร์สีทองตัดกับสีดำทำออกมาได้สวยงามและดุดันมาก
ตอนท้ายของปรัมปราเจ้าหญิง ที่นางเอกนอนหมดแรงแล้วมีวงกลมเวทมนตร์สีทองปรากฏขึ้นบนตัวเธอ มันดูเหมือนจะเป็นเกราะป้องกันหรือพลังสุดท้ายที่เธอมีอยู่ การที่ชายหน้ากากพยายามใช้พลังดำดูดกลืนพลังนั้นไป ทำให้เกิดภาพที่สวยแต่ก็น่ากลัวในเวลาเดียวกัน มันเหมือนการต่อสู้ระหว่างแสงสว่างและความมืดที่ชัดเจนมาก


รีวิวตอนนี้