
สิ่งที่ชอบที่สุดในเรื่องนี้คือธีมเรื่องความหวัง แม้รอบตัวจะเต็มไปด้วยความมืดมิดและปีศาจ แต่ตราบใดที่พระเอกยังยืนหยัด แสงสว่างก็จะไม่มีวันดับสูญ ฉากสุดท้ายในตื่นเถิดเทพสุริยาที่พระเอกลอยอยู่เหนือพื้นดินท่ามกลางแสงสว่าง มันคือสัญลักษณ์ว่าความดีจะชนะความชั่วเสมอ ดูแล้วรู้สึกมีพลังขึ้นมาทันที
ชอบโมเมนต์ที่พระเอกใช้มือเปล่ารวบรวมพลังงานแสงเป็นลูกบอลยักษ์ มันดูขลังและทรงพลังมาก ไม่ต้องพึ่งอาวุธแต่ใช้พลังจากภายในล้วนๆ ฉากนี้ในตื่นเถิดเทพสุริยาสื่อถึงความเชื่อมั่นในตัวเองอย่างชัดเจน แสงสีทองที่พุ่งออกมาจากมือตัดกับความมืดมิดของท้องฟ้าได้อย่างลงตัว
เห็นภาพพ่อมดในชุดม่วงนอนกองกับพื้นแล้วใจหายจริงๆ รอยเลือดที่ไหลอาบหน้าสะท้อนถึงความพ่ายแพ้ที่แสนสาหัส ฉากนี้ในตื่นเถิดเทพสุริยาเล่นกับอารมณ์คนดูได้ดีมาก จากที่เคยขี่มังกรสุดเท่ กลับต้องมาคลานหนีเอาตัวรอด ความตกต่ำของตัวร้ายทำให้เราเอาใจช่วยพระเอกมากขึ้นเป็นเท่าตัว
ฉากหลังที่เป็นเมืองโบราณพังทลายกับท้องฟ้าที่มืดครึ้ม ช่วยเสริมบรรยากาศการต่อสู้ระดับเทพเจ้าได้ดีมาก ฝุ่นควันที่ฟุ้งกระจายผสมกับแสงเวทมนตร์ที่ทำให้ทุกอย่างดูยิ่งใหญ่ ในตื่นเถิดเทพสุริยาสร้างโลกแฟนตาซีที่สมจริงจนเราอยากกระโดดเข้าไปอยู่ในนั้นด้วย รู้สึกเหมือนได้ดูมหากาพย์สงครามจริงๆ
ตอนแรกเห็นมังกรสามหัวคำรามกึกก้องนึกว่าจะสู้ยาวๆ ใครจะไปคิดว่าจะโดนจัดการเร็วขนาดนี้ ฉากต่อสู้ในตื่นเถิดเทพสุริยาเน้นความรวดเร็วและเด็ดขาดมาก พลังแสงที่พุ่งออกมาจากดาบทำเอาจอมมารตัวปลิวกระเด็นไปเลย ชอบตรงที่ไม่มีการยืดเยื้อ จัดการศัตรูให้สิ้นซากในนัดเดียว
แม้จะเป็นผู้ร้ายแต่การแสดงออกทางสีหน้าตอนบาดเจ็บมันสื่อความเจ็บปวดและความกลัวออกมาได้ดีมาก ดวงตาที่เบิกโพลงมองดูพระเอกที่กำลังลอยลงมา มันคือความสิ้นหวังอย่างแท้จริง ฉากนี้ในตื่นเถิดเทพสุริยาทำให้ตัวร้ายดูมีมิติ ไม่ใช่แค่ตัวตลกที่ไว้ให้พระเอกตี แต่มีความเป็นมนุษย์อยู่ในนั้น
จุดที่พีคที่สุดคือตอนพ่อมดแปลงร่างเป็นวิญญาณสีม่วงยักษ์พร้อมกองทัพปีศาจเล็กๆ ภาพคอมพิวเตอร์กราฟิกในตื่นเถิดเทพสุริยาทำออกมาได้เนียนตามาก พลังความมืดที่แผ่ออกมาทำให้บรรยากาศอึมครึมขึ้นทันที แต่พอพระเอกงัดพลังแสงออกมาสู้เท่านั้นแหละ มันคือความขัดแย้งระหว่างแสงและความมืดที่สมบูรณ์แบบ
ตอนจบที่วิญญาณร้ายถูกกลืนกินด้วยแสงสว่างจนสลายหายไป ช่างเป็นฉากที่สะใจที่สุด พลังงานที่ระเบิดออกมาเป็นวงกว้างเหมือนดวงอาทิตย์ขึ้นกลางสนามรบ ในตื่นเถิดเทพสุริยาเลือกจบแบบไม่ทิ้งปมให้กวนใจ ศัตรูถูกทำลายอย่างสิ้นซาก พระเอกยืนตระหง่านท่ามกลางแสงสว่าง ช่างเป็นภาพแห่งชัยชนะที่แท้จริง
ต้องขอชมทีมออกแบบเครื่องแต่งกายจริงๆ ชุดเกราะสีทองที่มีลวดลายพระอาทิตย์ตรงอกมันวิจิตรมาก เวลาขยับแล้วแสงสะท้อนดูมีมิติสุดๆ ในตื่นเถิดเทพสุริยาใช้ชุดเกราะบอกสถานะของตัวละครได้ชัดเจน ยิ่งเกราะสวยเท่าไหร่ ยิ่งแสดงว่าพลังอำนาจมากเท่านั้น ใส่ใจรายละเอียดตั้งแต่หัวจรดเท้าจริงๆ
ฉากเปิดเรื่องในตื่นเถิดเทพสุริยาทำเอาขนลุกซู่ไปเลย ชุดเกราะทองคำที่ส่องประกายราวกับมีชีวิต มันไม่ใช่แค่ความสวยงามแต่คือสัญลักษณ์แห่งอำนาจที่แท้จริง การที่อัศวินลอยขึ้นกลางซากปรักหักพังพร้อมดาบเรืองแสง ช่างเป็นภาพที่ตราตรึงใจมาก เหมือนเทพเจ้าลงมาพิพากษาความชั่วร้ายด้วยตัวเอง


รีวิวตอนนี้