
ฉากเปิดเรื่องกับโซ่แสงที่พันธนาการชายหนุ่มทั้งสองคนช่างสวยงามแต่ก็โหดร้ายในเวลาเดียวกัน มันเหมือนสัญลักษณ์ของอำนาจเวทมนตร์ที่กดทับทุกคนไว้ ไม่เว้นแม้แต่คนที่ดูมีเกียรติที่สุด การที่ราชินีผมแดงพยายามตะเกียกตะกายเข้าไปหาแต่ถูกปฏิเสธ ช่างเป็นภาพที่เจ็บปวดหัวใจคนดูอย่างแรง
ตอนจบที่หญิงสาวผมบลอนด์เดินจากไปโดยหันหลังให้ราชินีที่กำลังร้องไห้ ช่างเป็นฉากที่ทรงพลังมาก ไม่ต้องมีคำพูดด่าทอ แค่การเพิกเฉยก็เพียงพอที่จะฆ่าอีกฝ่ายให้ตายทั้งเป็นได้ ฉากนี้ในเรื่อง กลหมากราชินี ทำให้เรารู้สึกขนลุกและเห็นใจคนที่แพ้แต่ก็เข้าใจคนที่ชนะเช่นกัน
ผู้กำกับใช้แสงสีทองอร่ามไปทั่วทั้งฉาก แต่กลับยิ่งทำให้บรรยากาศดูอึดอัดและกดดัน แสงที่ควรจะหมายถึงความหวัง กลับกลายเป็นแสงที่ส่องให้เห็นความพ่ายแพ้และความอัปยศอย่างชัดเจน ราชินีผมแดงที่นอนร้องไห้กลางพื้นวังช่างเป็นภาพที่ตรงข้ามกับความหรูหราของสถานที่อย่างสิ้นเชิง
ชอบการเปรียบเทียบระหว่างมงกุฎของราชินีผมแดงที่ดูเหมือนจะไร้ความหมายในตอนนี้ กับมงกุฎของหญิงสาวอีกคนที่ดูมั่นคงและทรงพลัง มันสื่อให้เห็นว่าอำนาจที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่เครื่องประดับ แต่อยู่ที่จิตใจและการกระทำ ฉากนี้ทำให้เราต้องกลับมาคิดเรื่องอำนาจและความรักอีกครั้ง
ฉากสุดท้ายที่หญิงสาวผมบลอนด์เดินหันหลังให้กล้องและทิ้งราชินีไว้เบื้องหลัง ช่างเป็นภาพที่สื่อถึงการตัดขาดอย่างสมบูรณ์ มันเหมือนการบอกว่าเรื่องราวทั้งหมดจบลงแล้ว ไม่มีทางหวนกลับได้อีก การเดินจากไปอย่างสง่างามของนางทำให้เราต้องเอาใจช่วยนางจริงๆ
ชอบมุมกล้องที่จับภาพความนิ่งของหญิงสาวผมบลอนด์ที่ตัดกับความโกลาหลของราชินีผมแดงอย่างชัดเจน สายตาที่ว่างเปล่าและไร้ความรู้สึกของนางช่างน่ากลัวกว่าเสียงกรีดร้องเสียอีก มันสื่อถึงอำนาจที่แท้จริงโดยไม่ต้องออกแรง แค่ยืนนิ่งๆ ก็ทำให้อีกฝ่ายพังทลายได้ ดูในเน็ตชอร์ตแล้วต้องยอมรับว่าบทนี้เขียนมาได้ดีมาก
ฉากที่ราชินีผมแดงร้องไห้แทบขาดใจแล้วถูกผลักไสช่างสะเทือนใจมาก แสงสีทองที่ส่องลงมาในฉากนี้กลับยิ่งทำให้ความเจ็บปวดของนางดูโดดเดี่ยวและน่าสงสารยิ่งขึ้น การแสดงสีหน้าของนางช่างสมจริงจนคนดูอย่างเราต้องกลั้นหายใจตาม ในเรื่อง กลหมากราชินี ฉากนี้คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้น้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัวจริงๆ
แม้เราจะไม่ได้ยินเสียงร้องไห้ชัดเจน แต่ภาพที่ราชินีผมแดงอ้าปากกรีดร้องและน้ำตาไหลอาบแก้ม ก็ดังพอที่จะทำให้หัวใจเราสั่นสะเทือนได้ การแสดงสีหน้าที่บิดเบี้ยวเพราะความเจ็บปวด ช่างเป็นศิลปะการแสดงที่หาได้ยากในยุคนี้ ดูแล้วรู้สึกอินไปกับตัวละครมากจริงๆ
เรื่องราวใน กลหมากราชินี สอนให้เราเห็นว่าความรักในวังหลวงนั้นเปราะบางแค่ไหน แค่พริบตาเดียวจากคนที่ไว้ใจที่สุดก็สามารถเปลี่ยนเป็นศัตรูที่ร้ายกาจได้ ฉากดราม่าหนักๆ แบบนี้ทำให้เราต้องระวังตัวในชีวิตจริงด้วย ไม่ควรไว้ใจใครมากเกินไปจนหมดหัวใจ
รายละเอียดเล็กๆ อย่างรอยน้ำตาที่ไหลเป็นทางดำบนแก้มของราชินีผมแดง ช่างเป็นเครื่องสำอางที่สื่อความหมายได้ดีที่สุด มันเหมือนหัวใจของนางที่กำลังสกปรกและแตกสลายลงต่อหน้าคนที่นางรักที่สุด การแสดงของนางในฉากนี้ทำให้เราลืมไปเลยว่านี่คือละคร เพราะความเจ็บปวดมันดูจริงเกินไป


รีวิวตอนนี้