ฉากเปิดเรื่องช่างน่าทึ่งมาก เด็กน้อยกับลูกสนบนผืนน้ำแข็งที่ดูเหมือนจะไร้เดียงสา แต่กลับเป็นชนวนเหตุที่ปลุกปีศาจร้ายขึ้นมาได้ทั้งสามตน การเปลี่ยนจากบรรยากาศเงียบสงบสู่ความโกลาหลวุ่นวายทำได้รวดเร็วและน่าตื่นเต้นมาก ดูแล้วรู้สึกเหมือนกำลังดู ไฟศักดิ์สิทธิ์พิพากษา ที่เต็มไปด้วยพลังเวทมนตร์และการต่อสู้ที่ดุเดือดจริงๆ
ตัวละครหญิงในชุดคลุมสีแดงช่างมีเสน่ห์และทรงพลังมาก การที่เธอต้องเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ทั้งสามตนเพียงลำพังเพื่อปกป้องเมืองแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญที่ยิ่งใหญ่ ฉากที่เธอร่ายเวทมนตร์จนร่างกายรับไม่ไหวและหมดสติไปนั้นเรียกน้ำตาได้จริงๆ เป็นพล็อตเรื่องแบบ ไฟศักดิ์สิทธิ์พิพากษา ที่เน้นดราม่าและการเสียสละเพื่อคนส่วนใหญ่
หลังจากการต่อสู้จบลง ฉากที่พระเอกขี่ม้าเข้ามาพบนางเอกที่หมดสติอยู่ท่ามกลางกองหินนั้นช่างสะเทือนใจมาก สีหน้าความกังวลและความรักที่เขามีต่อเธอสื่อออกมาได้อย่างชัดเจนโดยไม่ต้องใช้คำพูด การอุ้มเธอเดินท่ามกลางเมืองที่ถูกทำลายเป็นภาพที่งดงามและเศร้าสร้อย одновременно เหมือนตอนจบของ ไฟศักดิ์สิทธิ์พิพากษา ที่ทิ้งปมไว้ให้คนดูคิดต่อ
การเปลี่ยนฉากจากสมรภูมิรบมาสู่ความอบอุ่นในปราสาทที่ทำให้น้ำแข็งละลายและดอกไม้บานสะพรั่งนั้นช่างมหัศจรรย์มาก ความสัมพันธ์ระหว่างพระเอกและนางเอกที่พัฒนาจากการดูแลบาดแผลไปสู่ความเข้าใจกันลึกซึ้งนั้นช่างโรแมนติกสุดๆ การปรากฏตัวของยูนิคอร์นยิ่งเพิ่มมิติความแฟนตาซีให้เรื่อง ไฟศักดิ์สิทธิ์พิพากษา น่าติดตามขึ้นไปอีก
ฉากที่พระเอกยื่นแหวนให้นางเอกทั้งที่เธอกำลังร้องไห้นั้นช่างกินใจมาก มันไม่ใช่แค่การขอแต่งงานแต่เป็นการให้คำมั่นสัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างกันไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แสงเทียนในห้องนอนที่ส่องกระทบใบหน้าของทั้งคู่สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและโรแมนติกมาก เป็นฉากที่คนดูต้องจดจำจากเรื่อง ไฟศักดิ์สิทธิ์พิพากษา แน่นอน
การออกแบบตัวละครร้ายในเรื่องนี้ทำได้ยอดเยี่ยมมาก ทั้งยักษ์ลาวาที่ดูแข็งแกร่ง มังกรโครงกระดูกที่ดูน่ากลัว และมังกรสองหัวที่พ่นสายฟ้า ล้วนแล้วแต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว การต่อสู้ที่แต่ละฝ่ายใช้พลังธาตุที่แตกต่างกันทำให้ฉากแอ็คชั่นดูไม่ซ้ำซากและน่าตื่นเต้นตลอดเวลา สมกับเป็นหนังแนว ไฟศักดิ์สิทธิ์พิพากษา ที่เน้นงานภาพพิเศษ
ฉากที่ยูนิคอร์นเดินเข้ามาในห้องแล้วทำให้พื้นไม้กลายเป็นทุ่งหญ้าและดอกไม้บานนั้นสวยงามมาก มันสื่อถึงพลังแห่งชีวิตและความหวังที่กลับมาหลังจากผ่านพ้นวิกฤต การที่นางเอกสัมผัสเขายูนิคอร์นแล้วเกิดแสงสว่างขึ้นแสดงถึงความบริสุทธิ์ของจิตใจเธอ เป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้เรื่อง ไฟศักดิ์สิทธิ์พิพากษา ดูมีมิติและลึกซึ้งขึ้น
ตอนจบที่พระเอกและนางเอกยืนมองกันที่ประตูโดยมีแสงสว่างส่องเข้ามาจากภายนอกนั้นช่างมีความหมายมาก มันเหมือนเป็นการเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิตพวกเขาหลังจากผ่านพ้นอุปสรรคใหญ่หลวงมาได้แล้ว รอยยิ้มทั้งน้ำตาของนางเอกสื่อถึงความโล่งใจและความสุขที่แท้จริง เป็นตอนจบที่เปิดกว้างให้คนดูจินตนาการต่อเกี่ยวกับ ไฟศักดิ์สิทธิ์พิพากษา ได้มากมาย
สิ่งที่ชอบที่สุดในเรื่องนี้คือพลังของความรักที่สามารถเอาชนะความมืดมนและความสิ้นหวังได้ การที่พระเอกไม่ทิ้งนางเอกแม้ในยามที่เธออ่อนแอที่สุดและการที่นางเอกยอมเสียสละตัวเองเพื่อปกป้องทุกคนแสดงให้เห็นว่าความรักที่แท้จริงเป็นอย่างไร เรื่อง ไฟศักดิ์สิทธิ์พิพากษา สอนให้เราเห็นว่าไม่ว่าจะเจออะไร ถ้ามีรักแท้ก็ผ่านไปได้
ต้องยอมรับว่างานภาพสร้างด้วยคอมพิวเตอร์ในเรื่องนี้ทำได้ยอดเยี่ยมมาก ทั้งฉากเมืองน้ำแข็งที่ถูกทำลาย ฉากการต่อสู้กับมอนสเตอร์ยักษ์ และฉากเวทมนตร์ต่างๆ ล้วนแล้วแต่ดูสมจริงและอลังการมาก การตัดต่อที่รวดเร็วแต่ไม่สับสนทำให้คนดูติดตามเรื่องราวได้ตลอดเวลา เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ควรค่าแก่การดูอย่าง ไฟศักดิ์สิทธิ์พิพากษา ที่งานสร้างไม่แพ้หนังใหญ่ๆ เลย
รีวิวตอนนี้
ดูเพิ่มเติม