ชอบวิธีที่ผู้กำกับใช้แสงและเงาในการสร้างบรรยากาศของเรื่อง ฉากนอกบ้านที่ดูเย็นชาตัดกับฉากในห้องทำงานที่ดูอบอุ่นแต่แฝงไปด้วยอันตราย เสื้อผ้าของตัวละครแต่ละคนก็สื่อถึงบุคลิกของพวกเขาได้อย่างชัดเจน ใน แต่งเจ้าหญิงนิทรา ไหงเมียเป็นซีอีโอ ทุกฉากทุกตอนล้วนถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในโลกของเรื่องจริงๆ ความตึงเครียดที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นทีละนิดทำให้เราไม่อยากรอชมตอนต่อไปเลย
ชอบฉากที่ชายชุดดำจับมือหญิงสาวในชุดยีนส์ในห้องทำงานมาก มันสื่อถึงอำนาจและการครอบครองได้อย่างชัดเจน แสงสว่างที่สาดส่องเข้ามาทำให้เห็นรายละเอียดบนใบหน้าของพวกเขาชัดเจนขึ้น รอยยิ้มที่มุมปากของเขาดูเหมือนจะบอกว่าเขาควบคุมทุกอย่างไว้ได้หมดแล้ว ใน แต่งเจ้าหญิงนิทรา ไหงเมียเป็นซีอีโอ ฉากนี้ทำให้รู้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่ใช่แค่ความรักธรรมดา แต่เป็นการเดิมพันด้วยตำแหน่งและอำนาจ ใครจะยอมใครกันแน่ต้องติดตามกันต่อ
ฉากที่ชายในเสื้อโค้ทหันหลังกลับแล้วเดินลงบันไดไปอย่างเงียบๆ ช่างทำให้ใจคนดูหดหู่เหลือเกิน เขาพยายามเก็บอาการแต่สายตานั้นบอกทุกอย่างว่าเขายังไม่ยอมแพ้ การที่ชายชุดดำพาหญิงสาวเดินเข้าไปในบ้านอย่างภาคภูมิใจเหมือนเป็นการประกาศชัยชนะ แต่ใน แต่งเจ้าหญิงนิทรา ไหงเมียเป็นซีอีโอ เรารู้ดีว่าสงครามยังไม่จบ แค่ยกแรกเท่านั้นเอง ฉากนี้ถ่ายทำออกมาได้สวยงามและเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ขัดแย้งกันจนน่าติดตาม
ตัวละครหญิงในชุดขาวดูอ่อนโยนแต่แฝงไปด้วยความแข็งแกร่ง ในขณะที่หญิงสาวในชุดยีนส์ดูมั่นใจและกล้าหาญ การสลับฉากระหว่างสองผู้หญิงนี้ทำให้เห็นมิติของตัวละครได้ชัดเจนขึ้น ชายชุดดำดูเหมือนจะเล่นกับความรู้สึกของทุกคนรอบตัวเขา ใน แต่งเจ้าหญิงนิทรา ไหงเมียเป็นซีอีโอ ทุกการเคลื่อนไหวของเขาล้วนมีเป้าหมายชัดเจน คนดูอย่างเราต้องคอยจับตาดูว่าใครจะหลุดจากเกมนี้ไปก่อนกัน การแสดงของนักแสดงทุกคนทำให้เรื่องนี้น่าติดตามมาก
ฉากเปิดเรื่องบนบันไดหินอ่อนช่างดูตึงเครียดเหลือเกิน สายตาของชายในเสื้อโค้ทสีเทาดูเหมือนจะซ่อนความเจ็บปวดบางอย่างไว้ ในขณะที่ชายชุดดำกลับยิ้มอย่างมีเลศนัย การมาถึงของหญิงสาวในชุดขาวทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปทันที เหมือนมีปมบางอย่างที่กำลังจะคลายออกใน แต่งเจ้าหญิงนิทรา ไหงเมียเป็นซีอีโอ การแสดงสีหน้าของนักแสดงแต่ละคนสื่ออารมณ์ได้ลึกซึ้งมาก ทำให้คนดูอย่างเราต้องคาดเดาต่อไปว่าใครกันแน่ที่เป็นผู้ชนะในเกมนี้